ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด หุ่นยนต์ gundamtool 
http://www.thaigundam.com/forum/index.php?topic=29079.msg231633#msg231633
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ปัญหาที่พบบ่อย ทำโมเดล
หนังสือประวัติศาสตร์ สงคราม ทหาร สงครามโลก
ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด gundamtool  - รับชมจบแต่ละหน้าแล้วที่มุมขวาล่างสุด คลิก "บทความที่เก่ากว่า" ยังมีบทความเพิ่มอีกนะครับ - ติดต่อพูดคุย ปรึกษา หรือให้คำแนะนำ ผมได้เลยที่ kit556แอ๊ดgmail.com หรือ comment ในแต่ละบทความ หรือ คลิก ติดต่อแวะชม facebook ผมได้ครับ

ล้าง แอร์บรัช airbrush cleaning



หลังจากจบงานทำโมเดลชิ้นใหญ่ ทำให้ผมมี stock ภาพขั้นตอนการทำจำนวนมาก ขั้นตอนหนึ่งที่คนใช้แอร์บรัช ต้องเจอกันมาบ้างคือการล้างแอร์บรัช

อาการของแอร์บรัชที่ต้องการการล้างใหญ่ (ล้างแบบถอดชิ้นส่วน)
  1. พ่นแล้วลำลัก
  2. พ่นรีดเส้นได้ไม่เล็กเหมือนเดิม
  3. พ่นลมไม่ออก ลมย้อนกลับไปที่กรวยสีหมด 
  4. ดันเข็มเข้าปลายนมหนูได้ไม่สุด
  5. ไกฝืด ถอยไกยาก
  6. เข็มติด เลื่อนเข้าออกยาก
อาการในข้อ 1-4 เป็นอาการของนมหนู ตันหรือมีสีเข้าไปข้างอยู่
ส่วนอาการของ 5-6 เป็นอาการสีย้อน มีสีเข้าไปเคลือบในกลไกแอร์บรัชส่วนหลัง


การป้องกันสีอุดตันเพื่อไม่ต้องล้าง airbrush ใหญ่บ่อยๆก็คือ
  • ไม่ทิ้งสีระหว่างการพ่นไว้ในกรวยสี ถ้าจำเป็นต้องหยุดพ่น ให้เทสีเก็บใส่ถ้วย แล้วล้างทินเนอร์เปล่าๆกับ airbrush อาจไม่ต้องสะอาดมาก ถ้ากำลังจะกลับมาทำต่อ   อันนี้แม้แต่ไปเข้าห้องน้ำสัก 5 นาทีก็ไม่ได้นะครับ ต้องเทสีคืนเก็บก่อนเท่านั้น
  • ระวังอย่า กระดกปลาย airbrush ส่วนหน้าขึ้นสูง เพราะสีจะย้อนกลับไปด้านหลังและไปแห้งกลัง ทำให้ไกฝืด
  • หลังพ่นสีทุกครั้งให้ล้างพ่นทินเนอร์ทิ้ง ให้สะอาด ถ้าให้ดีอาจมีพู่กันเก่าๆตัดขนสั้นแข็งๆ ไว้ปัดๆขัดๆ ก้นกรวยสี ให้สีที่แห้งกรังหลุดออกมาก  และควรคลาย lock ถอยเข็มออกมาให้พ่นรูในกรวย เพื่อให้ล้างสีได้สะอาดด้วย
  • เวลาเช็ด ทิชชูดีๆจะช่วยได้มาก เพราะถ้าใช้ทิชชูถูก ขุยของกระดาษจะหลุดออกมาอุดตัดที่ปากนมหนู
  • หลังล้างสีแต่ละครั้ง ให้ถอยเข็มออกจากตำแหน่งเล็กน้อย แล้วหมุนตัว lock ไว้ เวลากลับมาใช้ใหม่ จะทำให้เข็มไม่ติดแน่น (เคล็ดลับนี้ได้จากพี่เจี๊ยบ เซียนทำสีรถถัง)
ทั้งหมดข้างต้นเป็นการดูล้าง ล้างแอร์บรัชตามปกตินะครับ ไม่มีการถอดชิ้นส่วนใดๆ  แต่ที่กำลังจะพูดถึงหลังจากนี้ เป็นการล้างใหญ่ จะล้างเมื่อจำเป็นเช่นสีตัน หรือพ่นสีสะดุดเท่านั้น

อนึ่ง สีอคริลิคสูตรน้ำจะมักจะแข็งตัว ตกตะกอน ละลายยากกว่าสีแลคเกอร์จึงอาจต้องมีการล้างใหญ่ เป็นครั้งๆ แต่ถ้าใช้สีสูตรแลคเกอร์ อย่าง mr.color ไกอา สีกระป๋อง แล้วใช้ทินเนอร์แลคเกอร์ล้างให้สะอาดเป็นประจำ อาจไม่ต้องล้างใหญ่เลยก็เป็นได้ครับ



เริ่มต้นก็ถอดฝาครอบด้านหน้าออกครับ แล้วก็ถอดเข็มออกด้านหลังไปเก็บขึ้น ในภาพจะเห็น ปลายทางออกของเข็ม เป็นรูปโคน ตรงนั้นเรียกว่า นมหนู หรือ nozzle ซึ่งถ้ามีสีเข้าไปตันก็มักจะตันภายในนมหนู ทำให้พ่นสีออกไม่ดี


นมหนูนี้สามารถถอดออกมาล้าง หรือแช่ทินเนอร์เลยก็ได้ (ข้างล่างเดี๋ยวผมจะแสดงการถอด) แต่ปกติเวลาผมล้าง บางทีการถอดนมหนูจะเสี่ยงกับการเสียหาย อาจไปทำ o-ring เสีย หรือทำหล่นหายได้ ผมเลยมักใช้ ลวดทองแดงจากสายไฟ ขนาดพอดีๆ สอดเข้าไปทำความสะอาดภายใน แล้วก็หยดทินเนอร์ลงในกรวยสีไปพร้อมๆกันนิดหน่อย   โดยลวดทองแดงนี้จะเล็กและนิ่มกว่านมหนู ดังนั้นจะำไม่ทำความเสียหาย หรืออาจใช้แท่งพลาสติกอ่อน จากไม้กวาดซึ่งปัจจุบัน มีไม้กวาดบางแบบ ขนเป็นพลาสติก สามารถตัดมาใช้ได้เลย พลาสติกจะนิ่มมาก ใช้ไม่กี่ทีจะหัก



นมหนูที่ตัน จะทำให้ ดันเข็มเข้ามาไม่สุดตำแหน่ง แต่ถ้าล้างทำความสะอาดดีแล้ว นมหนูจะเลื่อนมาด้านหน้าได้สุด


ส่วนอาการ ไกฝืด ค้าง หรือเข็มติดแน่น อาจเกิดจากมีสีเข้าไปในกลไกส่วนหลัง วิธีก็คือถอดเข็ม กับตัวก้านด้านหลังตามในภาพออกมา ตัวก้านนี้มักมีสีเข้าไปตันภายในถ้าเราเผลอทำสีย้อน


วิธีก็คือ นำทินเนอร์ (สำหรับผมใช้สีอคริลิคจึงใช้ alcohol ล้างแผล) มาล้าง ถ้ามีสีแห้งกรังอยู่ภายในก็ หันเข็มกลับด้านหลัง เอาด้านป้านเข้าไปขูดสีที่ค้างอยู่ให้หลุดออกหมด


สะอาดดีแล้ว ก็เอาลงไปแช่ทินเนอร์เลยก็ได้ :-)


ส่วนของฝาครอบด้านหน้า ถ้ามีสีแห้งกรัง ก็เอามาแช่ทินเนอร์ให้สะอาด ผมเองใช้สีอคริลิค สีจะแห้งแข็งแช่อย่างเดียวไม่ออก ต้องใช้พู่กันตัดขนแข็ง มาช่วยปัดขัดสีออก สะอาดดีแล้วก็แช่เลย ในภาพข้างบนจะเห็นตะกอนสีแข็งๆ ที่หลุดออกมานอนก้นถ้วยอยู่  .... มาถึงขั้นนี้ก็จบแล้วครับ  ถ้าประกอบกับแล้วกลไกทุกอย่างลื่นไหล พ่นสีรีดเส้นสะดวก ก็ไม่ต้องทำอะำไรต่อ ครั้งถัดไปก็ให้ป้องกันสีแห้งกรังด้วยวิธีข้างต้น ส่วนถ้ายังไม่หายเช่น มีอาการไกฝืดอยู่ ไม่เด้งขึ้นมาเอง อาจเป็นเพราะสีย้อนลงไปด้านล่างตรงลิ้นกั้นลมด้วย ก็ต้องถอดมากกว่านี้อีก แต่ยิ่งถอดเยอะก็ยิ่งมีโอกาสเสียหาย ถ้าเป็นมากๆ อาจต้องส่งเข้าศูนย์ครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------

อันนี้แถม สำหรับผมใช้ airbrush ยี่ห้อของไต้หวัน เข็มจะอ่อน งอได้ได้ไม่ระวัง แต่ดีที่ราคาถูก และก็พอมีวิธีซ่อมได้ ครับ (วิธีนี้จำมาจากตอนเอาไปส่งซ่อมที่ศูนย์)


คือถ้าปลายเข็มงอ อาการคือพ่นแล้วลมออกไม่พุ่งตรง แต่เบี้ยวเอียงไปด้านอื่น ทำให้พ่นรีดกะตำแหน่งยาก เพราะเส้นสีจะเบี้ยวตลอด และไม่อยากซื้อใหม่ อาจลองวิธีแก้ตามภาพข้างบน คือเข็มที่งอทิศที่งอจิกลงแนบเข้ากับกระดาษทรายเบอร์ 1200 แล้วฝนลากเข็มถอยหลังเป็นเส้นตรง สังเกตจะเห็นว่าปลายที่งอจิกจะลาก ทิ้งรอยไว้บนกระดาษทรายเป็นเส้นตรง   ทำซ้ำไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าที่งอหายไป หรือลากแล้วไม่ทิ้งรอยกระดาษทรายแล้ว เพราะแสดงว่าตรงที่งอเกือบๆเข้าตำแหน่ง

และสำหรับผมพอดีต้องการเปลี่ยน nozzle นมหนู พร้อมเข็มจากขนาด 0.2 มม. เป็น 0.3 มม. ทั้งชุด


วิธีถอดนมหนูก็ใช้ประแจที่ให้มาด้วยในชุด airbrush ค่อยขันออกตามทิศกฏมือขวา แล้วใส่นมหนูอันใหม่เข้าไป เวลาขันเข้านี่ต้องมือเบามากๆ ใช้แค่ปลายนิ้วก้อยดันประแจให้หมุนเข้าที่ ควรทำบนโต๊ะที่เรียบร้อยและแสงสว่างพอ


นมหนู + เข็ม ชุดที่เปลี่ยนแล้ว จัดการเก็บเข้าซอง ลงกล่องให้เรียบร้อย เป็นอันเสร็จ :-)

อยู่กับฮิตเลอร์จนชั่วโมงสุดท้าย The last days of Hitler

วันนี้มาแนะนำหนังเรื่องนึง กับหนังสือ 2 เล่มครับ


ถ้าชอบประวัติศาสตร์สงครามโลกแล้วหล่ะก็ เรื่องราวของฮิตเลอร์จอมเผด็จการ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีสีสันและมักมีคนนำมาพูดถึงเสมอ แต่ในแง่มุมที่เป็นความจริงแบบสารคดี มาถึงยุคนี้ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจแล้วครับ เพราะเป็นประวัติศาสตร์ที่เหมือนจะยาวนานเก่ามากในความคิดของคนยุคปัจจุบัน แต่ถ้าใครได้ลองศึกษาประวัติศาสตร์สงครามโลกจริงๆ จะรู้ว่าเรื่องราวพวกนี้ไม่ได้เกิดนานชนิดไม่เกี่ยวกับเราๆท่านๆนะครับ ต้องถือว่าเรื่องราวช่วงสงครามโลกมาถึงปัจจุบันเป็นประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ ตัวละคร มหาอำนาจต่างๆที่มีบทบาทในปัจจุบัน ก็ต้องเคยมีบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อร่วม 70 ปีมาแล้ว อดีตเป็นตัวกำหนดปัจจุบันครับ :-)

กลับมาที่เรื่องราวของฮิตเลอร์ซึ่งจริงๆมีหลายแง่มุม แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังสือ หนัง ที่เกี่ยวกับวาระสุดท้ายของจอมเผด็จการผู้นี้ครับ เริ่มจากหนังก่อน ตามภาพด้านบนเลย ชื่อหนังว่า DOWNFALL เนื้อหาก็ตามชื่อเรื่องเลยครับ เป็นการนำเสนอช่วงวาระสุดท้ายในบังเกอร์ ในหนังเรื่องนี้จะมีฉากที่ฮิตเลอร์ อาละวาดต่อหน้านายทหารใหญ่ หลายคน เป็น clip ที่มีคนนำมาตัดต่อล้อเลียนบุคลิกที่ยากจะมีใครเหมือนของเขา  ซึ่งในความเป็นจริงฮิตเลอร์ซึ่งตกอยู่ในสภาพจนตรอก รู้ว่าแพ้สงครามแน่ๆ แต่ก็ยังหลอกตัวเองไปว่ามีโอกาสชนะอยู่ ก็จิตนาการว่ายังมีทหารหน่วยนั้นหน่วยนี้ มีกำลังพอจะบุกเข้ามาช่วย เหล่าทหารใหญ่บอกข้อมูลว่า กองทหารที่ว่านั้นไม่มีเหลืออยู่แล้วฮิตเลอร์ก็ไม่เชื่อ ยังฝืนออกคำสั่งที่ไม่มีทางปฎิบัิติตามได้ สุดท้ายนายทหารที่รับคำสั่งไปก็หนีไปเลย บ้างก็กลับมาพร้อมกับรายงานความล้มเหลว แล้วก็ถูกลงโทษ ตัวหนังนี่สนุกดี ดูง่าย ถ้าดูไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไรครับ เพราะเดี๋ยวเราจะมาอ่านหนังสือกันต่อ


ถัดมาก็เป็นหนังสือ เล่มที่ถูกนำไปสร้างเป็นหนัง DOWNFALL ข้างต้นครับ "Hitler's Last Secretary" เขียนโดยนาง ยุงเงอ เลขานุการ ที่ทำงานอยู่ในบัังเกอร์ จนชั่วโมงสุดท้าย เล่มนี้จะเล่าเหตุการณ์ละเอียดมาก โดยบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ตรง อ้อ เล่มนี้มีแปลไทยนะครับแต่เก่าหน่อย ผมได้มาจากงานหนังสือเมื่อปีก่อน ลดราคาถูกมาก็ยังไม่มีใครซื้อ กองสุมๆยับๆ อยู่หลายเล่ม


แปลโดย อ. อำภา โอตระกูล เป็นอาจารย์ด้านภาษาเยอรมัน และแปลตรงจากต้นฉบับภาษาเยอรมันด้วย อ่านแล้วสำนวนลื่นไหล อย่างกับเป็นหนังสือแต่งภาษาไทยเลย  อย่างไรความที่ว่าเป็นพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็มีข้อด้อยตรงที่เป็นมุมมองของ นาง ยุงเงอ คนเดียวเลยครับ เนื่องจากเขาอยู่ในบังเกอร์ตลอดเวลา เช่นเดียวกับฮิตเลอร์ จึงไม่ได้รับทราบสภาพภายนอก และภาพรวมเลย และในความเป็นจริงเขาก็ไม่ได้อยู่กับฮิตเลอร์ตลอดเวลาด้วย หลายเหตุการณ์ก็เกิดจากการฟังบุคคลอื่นมาอีกทอดหนึ่ง แต่อย่างไร เล่มนี้ก็อ่านสนุกมากครับ เล่าตั้งแต่ เลขาฯ คนนี้เริ่มทำงานกับฮิตเลอร์เลย ท่านผู้นำถูกสังเกตจากสายตาของผู้หญิง ทำให้เก็บรายเอียดได้เยอะมาก บางเรื่องก็ขำสนุกดี อย่างเช่นฮิตเลอร์เป็นคนกลัวเมีย ... เอ๊ย ไม่ขนาดนั้น แต่ก็ค่อนข้างให้เกียรติผู้หญิงมาก และบางเรื่องก็ดูเป็นคนอ่อนโยนชนิดที่ขัดกับ บุคลิกภายนอกหน้ามือเป็นหลังมือเลย หรือบางเรื่องขำๆเช่นฮิตเลอร์จริงแล้วชอบผู้หญิงท้วมๆ มีครั้งหนึ่งคนสนิทพาไปดูระบำที่โรงละคร ฮิตเลอร์บ่นว่าสมัยนี้มีแต่นางระบำผอมแห้ง ดูแล้วไม่มีสัดส่วนโค้งเว้า บ่นว่าผู้หญิงก็ต้องท้วมๆหน่อย ถ้าผอมเกินไปดูแล้วทรงเหมือนผู้ชายมากกว่า หลังจากนั้นฮิตเลอร์ก็ไม่เคยไปโรงละครอีกเลย ... อิอิ   ที่เหลือ ต้องลองหามาอ่านกันดูครับ เดี๋ยวผมเล่าเยอะจะหมดสนุกเสียก่อน


เล่มสุดท้ายก็คือ The Last Days of Hitler ครับเล่มนี้เคยถูกแปลแบบย่อโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ มาก่อน แต่เนื่องจากแปลแบบย่อและเป็นสำนวนเก่า ภายหลังก็มีคนแปลซ้ำ อีกรอบพิมพ์โดย สนพ.มติชน ครับ



ปกดังภาพข้างบนเลยครับ เล่มนี้หาง่ายกว่าเล่มก่อนหน้ามาก น่าจะยังมีวางขายอยู่ที่แผงร้านหนังสือ เพราะเพิ่งพิมพ์ออกมาไม่นาน งานเขียนเป็นแนวสารคดี รวบรวมเหตุการณ์ ซึ่งย้อนไปถึงหลังฮิตเลอร์ตายใหม่ ๆ ช่วงนั้นมีคราวลือมากมายว่า ฮิตเลอร์ตายจริงหรือเปล่า หรือถ้าไม่ตายหนีไปซ่อนที่ไหน บ้างก็ว่าศพที่พบเป็นตัวตายตัวแทน บางกระแสว่าหนีไปปลอมตัวเป็นบาทหลวงอยู่ในเสปน หรือหนีไปถึงอเมริกาใต้ก็มี  หนังสือเล่นนี้ก็ได้รวบรวมหลักฐานจากการสอบถามพยานต่างๆที่อยู่ในเหตุการณ์ครับ ก็จะเป็นภาพรวม ภาพใหญ่ ของสงครามทั้งหมด และเหตุการณ์ภายในบังเกอร์ช่วงท้ายๆ รวมทั้งผู้คนรายล้อมฮิตเลอร์ ที่ทะยอยทรยศหนีไปทีละคน อ่านยากกว่าเล่มบนถ้าไม่รู้จัก ผู้คน นายทหารคนสนิทของฮิตเลอร์มาก่อน เช่น เกอริง เกอเบิล แต่ก็ไม่น่าเบื่อเกินไปครับ เป็นเล่มที่คนชอบแนวนี้ต้องอ่านเลย

ถ้าแนะนำผมคงให้เริ่มจากหนัง DOWN FALL เลย ดูหนังสนุกที่สุด ถ้าชอบก็ค่อยหาหนังสือมาอ่านต่อ ซึ่งหนังนี่ถึงจะไม่ได้รายละเอียด แต่ทำให้เห็นภาพรู้สึกอยากติดตามมากกว่า ต่อมาก็หนังสือ The Last days of Hitler หรือ วาระสุดท้ายของฮิตเลอร์ ครับ เพราะทำให้เข้าใจภาพรวมๆมากกว่า และตื่นเต้นไปกับการค้นหาความจริงว่าฮิตเลอร์ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และสุดท้ายก็หนังสือของนาง ยุงเงอ  "อยู่กับฮิตเลอร์จนชั่วโมงสุดท้าย" เพราะเล่มนี้จะเป็นภาพเล็ก รายละเีอียด และอีกอย่างเล่มนี้ก็หายากด้วยครับ ต้องลองสั่งร้าน หรือไปเดินที่งานสัปดาห์หนังสือ

ผมยังมีหนังสืออีกหลายเล่มแนวนี้ที่อ่านจบแล้ว  ไว้จะทะยอยนำมาแนะนำ อย่าลืมติดตามชมนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ :-)

ปลุกพลังโมเดลเลอร์ แวะพักชม animation ครับ

youtube clip นี้ผมดูหลายแล้วสนุกดีครับ สั้นๆแค่ 10 กว่านาที ดูขำๆ ถ้าคนที่เคยต่อโมเดล หรือกำลังจะเริ่มทำน่าจะดูสนุกดีครับ :-)



Tamiya Epoxy Putty - วิธีใช้พุตตี้ อุด แต่งชิ้นส่วนโมเดล

สวัสดีครับ หลังจากหายไปนานมาก เนื่องจากทำโมเดลอภิมหาโปรเจ็คตัวนี้อยู่


ตอนนี้ก็เสร็จ 100% ส่งงานให้เจ้าของไปแล้วครับ ไว้จะนำขั้นตอนการทำพร้อมผลงานที่เสร็จแล้วมานำเสนออย่างละเอียดเลยครับ

แต่วันนี้จะมาแนะนำ วัสดุในการทำโมเดลที่คนเล่นโมมาสักพักน่าจะมีโอกาสได้ใช้


คือ epoxy putty ครับ หรือกาวมหาอุด สามารถหาได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างในไทยก็มีหลายยี่ห้อ แต่ตัวที่ผมมีอยู่เป็นของ Tamiya ซึ่งทำมาสำหรับงานโมเดลโดยตรง จะมีชนิด quick type กับ smooth type ตัวที่ผมมีจะเป็นตามภาพเลยครับ มีดินน้ำมันสองสี ขาวกับเหลือง สองตัวนี้จะนิ่มๆเมื่อแยกกันอยู่ แต่ถ้านำมาขยำรวมกันแล้วจะแข็งตัว จึงนำมาใช้อุด ตกแต่ง ซ่อมแซม โมเดลพลาสติกได้

ตัวอย่างที่มาทดลองวันนี้ เนื่องจากปกติผมไม่ได้เล่นแนว modify ตัดแต่งโมเดลหนักๆเลยไม่มีชิ้นงานทดสอบ แต่มาได้โอกาสหน้ากากโทรศัพท์ รุ่นดึกดำบรรพ์ เกิดแตกครับ


ตรงมุมที่รับแรงกระแทก บ่อยๆเกิดแตก ชิ้นส่วนก็หลุดหายไป จึงคิดว่าจะลองนำ epoxy putty ที่มีนี่แหละครับมาซ่อม ซึ่งการพอก ตัดแต่ง อุด epoxy ก็ไม่แตกต่างกับการนำไปใช้สำหรับงานพลาสติกโมเดล เริ่มต้นก็จัดการเอาดินน้ำมัน สีเหลือง กับสีขาวแบ่งออกมาพอๆกัน


เนื่องจากแบ่งออกมาปริมาณน้อยมาก จึงต้องระวังเรื่องสัดส่วนให้เท่าๆกัน ผมใช้วิธีปั้นเป็นเส้นตรงยาวๆแล้วตัดให้เท่ากันอีกที ตอนผสมก็นำมาบิดเกลียวเข้าด้วยกันแล้วขยำเลย ถ้ากลัวติดมืออาจใช้วาสลีนทานิ้วบางๆก่อน อ้อภาพตรงขอบที่แตกออกผมนำ Tamiya masking tape มาปิดกั้นขอบไม่ให้ putty เลอะล้นขอบออกมา


พอกให้พูนๆแบบนี้ แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืน ถ้าสัดส่วนที่ผสมไว้ถูกต้องเนื้อดินน้ำมัน จะแข็งตัวแต่ยังนิ่มเหมือนยาง พอที่จะใช้ใบมีด artknife ตัดแต่งได้ ก็จัดการตัดส่วนที่นูนเกินออกมาและกดๆคลึงๆ ให้เรียบเข้าที่ พอทิ้งไว้อีก 2-3 วันก็จะแข็งตัวสนิท


ออกมาไม่สวย แต่เน้นใช้งานเป็นหลักเพราะอุดแล้วแข็งแรงรับแรงกระแทกได้ดีเหมือนเดิม ยืดอายุใช้งานโทรศัพท์ไปได้อีก สำหรับกรณีเอาไปใช้กับพลาสติกโมเดล แล้วต้องการทำสี ตัวเนื้อ epoxy putty นี้พอแข็งแ้ล้วจะเหมือนเืนื้อพลาสติก สามารถขัดให้เรียบ พ่นรองพื้นได้ตามปกติเลย

ปล. โทรศัพท์ที่่หน้ากากแตก นำมาเป็นแบบคือโทรศัพท์จีนแดง ... เอ๊ยไม่ใช่ มันคือรุ่น HP6515 อายุร่วม 10 ปี เป็น smart phone ยุคแรกๆ ตัวระบบเป็น Windows Mobile 2003 รองรับ EDGE (แต่เล่น 3G ไม่ได้) และ GPS ได้  มี application แผนที่ในตัว ทุกวันนี้ผมยังใช้ระบบ PIM (personal information management) ในเครื่อง sync กับ microsoft outlook ได้  ระบบ windows mobile ก็ยังเปิด file word excel pdf ที่ขนาดไม่ใหญ่มากได้ด้วย ผมยังมีแผ่น application นับ 10 แผ่นที่ทะยอยซื้อเก็บไว้ มีทั้ง dictionary เกม โปรแกรมเกี่ยวกับ office เยอะมาก ไม่ต้องไปหาโหลดเลย (เพราะไปหาก็ไม่มีแล้ว ฮา)



อันนี้แถมโมแปลกอีกตัว เดือนก่อนไปซื้อกาชาปอง เจอโมตัวนี้จำได้ว่าอยู่ในเรื่อง star wars ตัวนึงไม่ถึง 200 บาท แต่รายละเอียดใช้ได้เลย ผมเหมามาทั้งร้านรวมในตู้โชว์ด้วย กะว่าจะนำมาเรียงกันคงสวยดี ท่านใดไปเจอโมกล่องแบบนี้เข้าลองซื้อมาเล่นดูครับ จริงๆมีเป็นชุด 6 แบบได้ มีพวก หุ่น ยานบินต่างที่อยู่ในหนัง แต่ผมชอบตัว 4 ขานี้มาก เพราะเหมาะกับนำมาทำสีแนว military sci-fi ทำคราบ ฝุ่นคงสนุกดี :-)

Volkswagen van - งานรถเหล็ก

รถตู้โฟล์คสวาเกน

งานรถเหล็กครับ คราวนี้แปลกกว่าทุกทีตรงที่ไม่ใช่งานผมเอง แต่เป็นงานของเพื่อนท่านนึง ส่งมาให้ช่วยทำสี โจทย์คืออยากได้สีเขียว มีแค่นี้เลยครับ


สภาพรถที่ได้มา เพื่อนผมเขาจัดการล้างสีด้วยน้ำยาล้างเล็บเรียบร้อย แต่ก็มาเป็นรถเหล็กแบบนี้เลย พอดีผมก็ไม่มี pump ลมใช้อยู่ซะด้วย เลยคิดว่าจะใช้สีกระป๋อง แล้วเพ้นท์พู่กันเก็บงาน




เริ่มต้นด้วยการหาแบบ ก็ได้มาคร่าวๆตามนี้ครับ น่าจะตรงรุ่นสุดละ



ก่อนทำสีก็ชำแหละชิ้นส่วนออกมาได้ดังภาพ ไม่มีอะไรมาก แค่ชิ้นใส canopy แล้วก็ภายใน โครงรถ กับตัวถัง




พลิกข้างล่าง ก็พบความไม่ธรรมดา เพราะเป็นยี่ห้อ Matchbox ผู้ผลิตโมเดลพลาสติกที่เก่าแก่มีชื่อเสียง เพิ่งรู้ว่ามีทำรถเหล็กด้วย



เนื่องจากเป็นเหล็กจะนำไปล้างน้ำสบู่ก็ไม่ได้ จึงอาศํยสูตรลัด เอาน้ำยา windex ซึ่งผมใช้ประจำในการทำความสะอาดคราบต่างๆก่อนทำสี ถ้าเป็นโมเดลชิ้นเล็กๆก็พอไหว จะช่วยล้างคราบน้ำมัน หรือเศษฝุ่นต่างๆ เตรียมผิวก่อนทำสี



ตามความเป็นจริง โมเดลโลหะควรต้องมีรองพื้น metal surfacer ก่อน แต่ผมไม่มีใช้ครับ อาศัยสีกระป๋องซึ่งน่าจะได้สีที่หนา ทนพอสมควร ก่อนพ่นก็จัดการ ติดที่ยึดจับเข้าไปเหมือนการทำสีโมเดลทั่วๆไป


สีกระป๋องเป็น Olive drab2 ของ Tamiya พอดีผมมีสี Vallejo Olive drab เช่นกัน โทนสีใกล้เคียงกันมาก เลยสบายเก็บไว้เวลาแต้มเก็บรายละเอียด


การพ่นสีกระป๋องก็ไม่มีอะไรมาก พ่นเสร็จก็ออกมาเขียวทั่วๆเลยครับ ถัดมาก็จะมาแต้มสีพู่กันเก็บรายละเอียดด้วยสี acrylic ผมใช้สีขาว Vallejo ผสมน้ำแต้มส่วนต่างๆ เช่นไฟหน้า ทะเบียนรถ ซึ่งสีขาวจะเป็นรองพื้นในตัว ก่อนจะทาสีชั้นถัดๆไป

ท่านที่ไม่เคยพ่นสีกระป๋อง ลองดูได้จากบทความเก่า มี clip สอนการใช้อยู่ครับ -->
สอน ประกอบ ทำสีโมเดล สไตล์ทามิย่า


ในภาพไฟหน้า ผมรองพื้นสีขาวก่อน แล้วทาสีส้มตามไป ซึ่งสำหรับการทาสีโมเดลเล็กๆนี้ มีเทคนิคผสมสีให้หม่นลงเล็กน้อย จะทำให้สมจริง ถ้าทาสีส้มสดๆไปเลยสีจะดูโดดครับ

หลังทาเก็บรายละเอียดแล้ว นำสี acrylic สีดำ คันนี้ผมใช้สี ST (ของศิลปากร ถูกมากขวดละไม่กี่สิบบาท) นำมาผสมน้ำให้จางการการเพ้นท์ปกติ สีที่ผสมให้จางนี้ นำไปตัดเส้น หรือที่เรียกว่า wash โดยการหยอดไปตามร่อง สีดำจะไหลไปตามเส้นของ ร่องต่างๆเช่นขอบประตู


หลังจากนั้นก็ประกอบกลับเป็นคัน ทาสีกระทะล้อสักหน่อย เป็นอันเสร็จครับ รับชมงานที่เสร็จแล้วได้เลย






หมดแล้วครับ ขอบคุณที่ติดตามรับชม ระหว่างเขียนบทความนี้ รถ van คันนี้ก็กำลังเดินทางด้วยไปรษณีย์ไทย กลับไปหาเจ้าของ หวังว่าเพื่อนผมจะถูกใจครับ

สนใจอ่านเรื่องสีสำหรับงานโมเดล คลิ๊กอ่านเพิ่มเติมได้เลย -->

สี อคริลิค acrylic สอน แนะนำการใช้สีสำหรับงานโมเดล

ชวนคุย สอบถามเรื่องโมเดลกันได้บน facebook ครับ -->
facebook.com/gundamtool

แนะการ ประกอบ ต่อ ติดดีคอล โมเดล ขนาด 1/144

วันนี้ขอมาแนะนำการประกอบ ติดดีคอล โมเดลกึ่งสำเร็จรูปในขนาด 1/144 อีกทีครับ

 

โมเดลกึ่งสำเร็จรูปนี้ มักมีวางขายตามห้างแผนกของเล่น สนนราคาตั้งแต่ 60 บาท ถึง 200 บาท ขึ้นกับรุ่น และขนาด ถ้าซื้อบางช่วงลดราคาก็จะถูกหน่อย มีทั้งเครื่องบิน เรือรบ รถถัง ยานอวกาศ สำหรับเครื่องบินนี่ก็จะมีเยอะหน่อยครับ

หลายรุ่นเป็นแบบสำเร็จเลย เปิดกล่องตั้งโชว์ได้ แต่หลายรุ่นก็ต้องอาศัยฝีมือในการประกอบ ซึ่งบางท่านอาจขยาดของเล่นพวกนี้เพราะต่อไม่เป็น และถึงต่อได้ก็ยุ่งยาก ไม่รู้ใช้กาวอะไรติด และมาปิดท้ายด้วยสติกเกอร์ (คนเล่นโมจริงๆเรียกดีคอล) ที่ไม่มีกาว ปิดไม่อยู่ บางคนก็โยนทิ้งไปเลย

วันนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคการประกอบ ของเล่น ด้วยเทคนิคแบบไม่ใช่เล่น แต่เป็นวิธีของการประกอบโมเดลพลาสติกโดยเฉพาะ ทั้งการประกอบ ทากาว ติดดีคอล รับรองว่าทำได้จนเป็นแล้ว ขยับไปเล่นโมเดลพลาสติก รุ่นใหญ่ได้เลยครับ

อุปกรณ์ที่ต้องมีก็มีดังนี้ครับ

1. คีมพลาสติก
2. มีดปากกา หรือมีดงานฝีมื (artknife)
3. คีมปากแหลมแบบตรงหรือโค้ง ถ้ามีทั้งสองแบบยิ่งดี
4. แผ่นรองตัด (cutting matt)
5. กาวละลายพลาสติก เฉพาะสำหรับทำโมเดล มีสองยี่ห้อที่คนนิยมคือของ Tamiya และ mr.cement
6. ถ้วยใสน้ำเปล่า
7. Cutton bud
8. น้ำยาติดดีคอล (Mark softer)


มาเริ่มกันเลยครับ


เปิดกล่องออกมาปุ๊ป สิ่งที่จะเจอ คือแผง โมเดลครับ แผงพวกนี้เรียกทางเทคนิคว่า sprue แล้วก็แผ่นคู่มือประกอบ จะมีสองส่วนที่สำคัญคือวิธีการประกอบ และอธิบายตำแหน่งติดดีคอล ส่วนแผ่นที่คล้ายๆสติ๊กเกอร์อันนั้นคือดีคอลครับ


หลังจากสำรวจชิ้นส่วนและขั้นตอนการประกอบต่างๆจน เข้าใจแล้วก็หยิบ แผ่นรองตัด (cutting matt) ออกมาและวางชิ้นงานต่างๆไว้ให้เป็นระเบียบ อุปกรณ์สองชิ้นแรกที่ต้องนำมาใช้คือ คีมตัดพลาสติก (plastic nipper) และมีดปากกา (art knife) ครับ

ในใบคู่มือจะมีระบุ หมายเลขชิ้นส่วนต่าง ซึ่งจะตรงกับบนแผงพลาสติก (sprue) ให้ตัดชิ้นส่วนแต่ละชิ้นออกมาตามขั้นตอนด้วยคีมตัด โดยเว้นช่องว่างเล็กน้อยไว้ อย่าตัดชิดกับชิ้นงาน แล้วใช้มีดปากกาเล็มพลาสติกส่วนเกินที่เป็นติ่งออก (ขั้นตอนนี้ ท่านที่ยังไม่มีประสบการณ์ใช้มีดงานฝีมือ ให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะใบมีดพวกนี้คมมาก)


ชิ้นส่วนที่ตัดออกมา ส่วนใหญ่จะประกบเข้าด้วยกันไม่ได้ ยกเว้นชิ้นหลักๆบางชิ้น เขาจะมีเดือยให้ติดเข้าหากัน (snap fit) แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดให้แน่นด้วยกาวอยู่ดี สิ่งที่จะมาช่วนเราติดพลาสติกเ้ข้าด้วยกันคือ น้ำยา Tamiya extra thin cement ซึ่งเป็นน้ำยาละลาย ประสานเนื้อพลาสติก (extra thin คือแบบที่ไม่มีเนื้อเรซิ่นผสม ส่วนอีกแบบจะเป็นสีขาว มีเรซิ่นผสม ข้นและแห้งช้ากว่า) ที่ฝาขวดจะมีพู่กันจุ่มน้ำยาออกมา ให้ปาดขนแปรงให้หมาดๆ ทาชิ้นส่วนด้านใดด้านหนึ่ง แล้วประกบเข้าด้วยกัน

ชิ้นส่วนที่เล็กมากๆ อาจใช้คีมปลายแหลมช่วยในการประกอบ โดยอาจประกอบชิ้นส่วนเข้าตำแหน่งก่อน แล้วค่อยหยอดน้ำยาซึ่งจะไหลลงไปในซอกเองเพราะความเหลว จับชิ้นส่วนที่ประกบกันให้อยู่นิ่งๆสักครึ่งนาที ชิ้นส่วนจะติดกันแล้ว อาจขยับตำแหน่งได้นิดหน่อยให้เข้าที่ แต่ถ้ารอให้กาวแห้งสนิท อาจต้องทิ้งไว้ข้ามคืน


หลังประกอบ ชิ้นสว่นโมเดลทั้งหมดแล้ว จะได้โมเดลชิ้นจิ๋วที่สมบูรณ์ แต่ยังขาดเครื่องหมายเตือน หรือลวดลายต่างๆ ซึงต้องอาศัยการติดดีคอล ขั้นตอนนี้ให้ใช้ถาดใส่น้ำเล็กๆกับพู่กัน และต้องอาศัย แผ่นรองตัด artknife และ คีมปากแหลมด้วย

ดีคอลจะให้มาเป็นแผ่น ให้เราศึกษาหมายเลขของ ดีคอลที่เราต้องการจะติด และใช้ artknife ตัดกรีดออกมาทีละชิ้น โดยให้เหลือขอบใสให้น้อยที่สุด

หลังจากนั้นน้ำชิ้นดีคอลแช่ลงในถาดใส่น้ำเปล่า ทิ้งไว้สัก 30 วินาที ดีคอลซึ่งเป็นแผ่นใสจะเริ่มหลุดออกจากกระดาษรองสีฟ้า ก่อนจะหลุด ให้ใช้คีมปลายแหลมคีบขึ้นมาวางในตำแหน่งที่ต้องการ และใช้ cutton bud ชุบน้ำ เขี่ยดีคอลให้เข้าที่ ทิ้งไว้สักพัก ให้ใช้ cutton bud ที่แห้งเกลี่ย น้ำที่ขังอยู่ใต้ดีคอลออก ให้ดีคอลแนบสนิทกับผิวพลาสติก



หลังจากติดดีคอลครบทุกตำแหน่งแล้ว (ส่วนมากจะมีดีคอลบางส่วน ไม่ได้ใช้ ไม่ต้องตกใจ) ทิ้งไว้ข้ามคืน หรืออย่างน้อยสัก 2-3 ชั่วโมงให้น้ำแห้งสนิท และมาทากาวติดดีคอล Mr.mark softer ในขวดจะมีแปรงพู่กัน จุ่มน้ำยาแล้วป้ายเบาๆบนผิวดีคอลได้เลย หลังจากน้ำยาแห้งแล้ว ดีคอลจะติดค่อนข้างแน่นสนิทกับผิวพลาสติก

ในกรณีที่ดีคอบชิ้นใหญ่ หลังทาน้ำยา mark softer ไปสักพักแล้ว ดีคอลอาจหดตัว ยู่ยี่ ให้ใช้ button bud หมาดน้ำ ค่อยๆเกลี่ยผิวดีคอลให้กลับมาเรียบดังเดิม และถือโอกาสเกลี่ยผิวดีคอลให้แนบไปตามผิวพลาสติก ซึ่งมีมีส่วนโค้ง หลืบไปในตัวด้วย

หมดแล้วครับ หลังจากนี้ท่านจะได้โมเดล ขนาดจิ๋วไปประดับโต๊ะทำงาน หรือดูเล่น ซึงถ้าประกอบคล่องๆแล้ว โมเดลกล่องนึงอาจะใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที

ขอบคุณที่รับชมคับ
พูดคุย ปรึกษา เกี่ยวกับการ ประกอบ ทำสีโมเดล กันได้ ที่ facebook ผม -->
facebook.com/gundamtool

รถพลกองทัพรถถัง Braille scale (1/72)

รวมภาพถ่ายรถถัง 1/144 ไปแล้วคราวนี้มาดูรถถัง 1/72 บ้างครับ
รถถัง scale 1/72 นี้เมืองนอกเรียก braille scale เป็นขนาดที่คนนิยมเล่นกันรองลงมาจาก 1/35 เลยทีเดียว มียี่ห้อโมเดลที่ทำรถถัง scale นี้ออกมาขายเช่น Dragon ,Trumperter ,Academy รวมถึงของต่างประเทศ ก็มีโมเดล เก่าแก่อย่าง Matchbox ,Airfix ที่ ทำรถถัง ขนาดเล็กนี้มาก่อน

ติดตามอ่านบทความรถถัง Braille scale ได้ที่นี่ครับ -->
แนะนำรถถัง Braille scale (1/72 tank model)

และเช่นเดิมครับ ในบรรดากองทัพรถถังนี่มี 2 คันที่ผมประกอบ ทำสีเอง


คันข้างบนนี้เป็น ISU-152 ครับ ยี่ห้อ Italeri คันนี้ผมต่อมานานมาก 4 ปีเห็นจะได้ คิดว่าจะพ่นเคลียร์ด้าน ทำคราบสกปรกต่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ค้างแบบเงาๆ เป็นรถถังเพิ่งออกจากโรงงาน


ส่วนรถ Jeep คันนี้เป็นยี่ห้อ จีน copy Hasegawa ครับ ของแท้ก็เป็นโมรุ่นเก่า ของ copy ก็เก่าพอๆกัน คันนี้ได้มาจากรุ่นพี่คนหนึ่งนานเกือบ 4 ปีเช่นกัน ต้องขออภัยที่ผมชื่อพี่คนนั้นไม่ได้แล้ว

ก็มีดัดแปลงติดราวจับด้วย ลวด แล้วทำกันชนด้านหลังใหม่นิดหน่อย พ่นสี Gunze Olive drab เบอร์พิเศษ บนรองพื้นที่ทำ preshading ไว้นิดหน่อย แล้วติดดีคอลที่เหลือจากกล่องอื่น


ที่เหลือนอกจาก ISU-152 กับ Jeep เป็นโมเดลสำเร็จรูป ยี่ห้อ Easy model - สมชื่อครับ ผมทำโมแทบตายคันละเกือบเดือน ซื้อเอานี่วางปุ๊ปสวยปั๊ป แต่ก็ไม่ภูมิใจเท่าประกอบเอง :-)



หมดแล้วครับ ขอบคุณที่ติดตามชม

ท่านที่สนใจพูดคุยเรื่องโมเดล การประกอบ ทำสี แวะมาคุยกันบน facebook ผมได้นะครับ -->
facebook.com/gundamtool





Gangster

สวัสดีครับ ล่าสุดผมก็ทำโมเดลน้อยลงไปเยอะ ขอคั่นเวลาด้วยงานกาชาปองสำเร็จรูปที่ผมเก็บไว้ขำๆ พวกแก๊งอันธพาลนี่รวมกันเยอะๆ ดูน่ากลัวดี ฮา



Bradley และ Challenger

Bradley และ Challenger งานเก่าอีกทีครับ สองคันนี้ผมทำสีเอง แต่ตัวฉากเป็นของพี่อีกคนหยิบยืมมาวางครับ





หมดแล้วครับ ขอบคุณที่ติดตามชม

ท่านที่สนใจพูดคุยเรื่องโมเดล การประกอบ ทำสี แวะมาคุยกันบน facebook ผมได้นะครับ -->
facebook.com/gundamtool