ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด หุ่นยนต์ gundamtool 
http://www.thaigundam.com/forum/index.php?topic=29079.msg231633#msg231633
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ปัญหาที่พบบ่อย ทำโมเดล
หนังสือประวัติศาสตร์ สงคราม ทหาร สงครามโลก
ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด gundamtool  - รับชมจบแต่ละหน้าแล้วที่มุมขวาล่างสุด คลิก "บทความที่เก่ากว่า" ยังมีบทความเพิ่มอีกนะครับ - ติดต่อพูดคุย ปรึกษา หรือให้คำแนะนำ ผมได้เลยที่ kit556แอ๊ดgmail.com หรือ comment ในแต่ละบทความ หรือ คลิก ติดต่อแวะชม facebook ผมได้ครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 6 ทําสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช ประกอบ ต่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 6 ทําสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช ประกอบ ต่อ แสดงบทความทั้งหมด

แอร์บรัชแก้กลุ้ม สอนการเลือก ใช้งาน ดูแลรักษาแอร์บรัช

สวัสดีครับ วันก่อนผมไปเจอ clip VDO สอนการเลือก ดูแลรักษาแอร์บรัช ที่น่าสนใจมาก เลยนำมาแบ่งปันกัน clip ชุดนี้เป็นของคุณ bbboy ซึ่งจำหน่าย airbrush ในระดับกลางถึงระดับสูง ถ้าสนใจเลือกซื้อ airbrush pump ลม ลองติดต่อไปได้ครับ http://www.bbboyair.com/

VDO ล่าสุดมีทั้งหมด 7 ชุดนะครับ 2 ชุดแรกจะเป็นเรื่องการล้าง ถอดประกอบดูแลรักษา airbrush  ชุดที่ 3-6 เป็นการแนะนำระบบแอร์บรัช กรวยบน ล่าง และตั้งแต่ชุดที่ 7 ไปจะเป็นเรื่องปั๊มลม ซึ่งยังไม่จบ ถ้าสนใจคอยติดตามตอนใหม่ๆได้ครับ

ตอนที่ 1 การล้าง air brush


ตอนที่ 2 การถอดประกอบดูแลรักษา


ตอนที่ 3 อธิบายการทำงาน แอร์บรัชแต่ละระบบ ข้อดีข้อเสีย


ตอนที่ 4 แนะนำ แอร์บรัชกรวยบน


ตอนที่ 5 แนะนำ แอร์บรัชกรวยบน


ตอนที่ 6 แนะนำ แอร์บรัชกรวยบน


ตอนที่ 7 แนะนำปั๊มลม ระบบต่างๆ


คิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากสำหรับ คนที่เริ่มใช้แอร์บรัช หรือแม้แต่ผมเอง ถึงใช้มานานแล้ว ได้ดูขั้นตอนการถอดประกอบ การล้างสีก็ชอบครับ ซึ่ง clip การสอนแบบนี้ถ้าหาดูของเมืองนอกคิดว่ามีเยอะและหาไม่ยาก แต่ clip ของคุณ bbboy นี้น่าจะเป็นชุดแรกๆ ที่ถ่ายทำเป็นภาษาไทย และอธิบายได้ละเอียด ต้องขอบคุณคุณ bbboy อีกเสียงเลยครับ

ท่านใดต้องการคำปรึกษาเรื่อง airbrush หรือต้องการเลือกหาไว้ใช้งานลองติดต่อที่ web เขาได้ครับ http://www.bbboyair.com/ ผมเองก็เคยไปขอคำแนะนำ  และส่วนแอร์บรัช ผมเล็งรุ่น topๆ อยู่ ไว้ถ้าตัดสินใจก็อาจเลือกหาจาก คุณ bbboy นี่แหล่ะครับ ของเขาเยอะและเจ๋งจริงๆ :-)

อุดขัด ด้วยกาว Tamiya Cement


การอุดขัด คือการทำให้รอยประกอบระหว่างชิ้นส่วน เรียบเป็นเนื้อเดียวกัน พอพ่นรองสีแล้วก็จะไม่เห็นรอยแยกระหว่างสองชิ้น

ซึ่งก็ทำได้หลายวิธีครับ ถ้าไม่ต้องการอุดขัดให้เรียบเนียนมากอาจใช้ Tamiya putty หรือยี่ห้อไหนก็ได้ หน้าตาก็ประมาณนี้
ลักษณะจะเป็นเนื้อครีมเหมือนยาสีฟัน ใช้ไม้จิ้มฟันป้ายๆในร่องที่ต้องการอุด รอวันนึงแห้งแล้วก็ขัด ตัดส่วนเกินออกและขัดให้เรียบ แต่วิธีนี้รอยอุดขัดจะไม่เรียบสนิทนะครับ เหมาะกับการอุดขัดส่วนที่ต้องการแค่ไม่ให้มองเห็นร่อง หรือแนวรถถังที่รอยต่างๆไ่ม่ต้องเรียบร้อยมาก

ส่วนวันนี้จะมาแนะนำอีกวิธี ซึ่งอุดได้เรียบมากกว่า ชนิดเป็นเนื้อเดียวกัน เหมาะกับร่องประกบทั่วๆแค่ต้องการซ่อนรอยประกบ ถ้าเป็นร่องกว้างต้องใช้ epoxy putty - ดูวิธีได้ในหน้านี้ครับ -->
Tamiya Epoxy Putty - วิธีใช้พุตตี้ อุด แต่งชิ้นส่วนโมเดล

คือจะเป็นการอุดด้วยกาว Tamiya ฝาขาว หรือ thick type นั่นเอง เนื่องจากเนื้อกาวชนิดนี้จะมีเนื้อเรซิ่นผสมอยู่ ดังนั้นเมื่อแห้งดีแล้ว สามารถอุดร่องประกบได้


ปกติผมจะใช้ขวดฉลากขาวตามนี้เลย ถ้าเป็นคนที่เล่นโมเดลทั่วๆไปก็อาจมีขวดแบบนี้อยู่ ส่วนฉลากเขียวซึ่งเป็นกาว thin type อันนั้นใช้ไม่ได้นะครับ  นอกจากนี้ถ้าพบหน้าตาขวดแปลกไป หรือยี่ห้ออื่นที่เป็นชนิด thick type ก็ใช้ได้ เช่นของ tamiya ขวด 8 เหลี่ยมหรือ  mr.cement ของ Gunze


สำหรับขัดตอนก็โดยเอาชิ้นส่วนที่ต้องการอุดรอยประกบมาด้านใดด้านหนึ่ง แล้วป้ายกาวลงไปพอประมาณ อย่าให้ถึงกับเยิ้ม แต่ก็อย่าน้อยไป หลังจากนั้นก็เอาชิ้นส่วนอีกฝั่งประกบแล้วกดแน่นๆให้เนื้อกาวปลิ้นออกมาก


กาวที่เยิ้มออกมานี้จะทำหน้าที่เป็นตัวอุดร่อง ทิ้งไว้คืนหนึ่ง จนกาวแห้งสนิทดี ระหว่างนี้ก็ใช้ spring clamp หนีบให้เข้าที่ไว้


ทิ้งไว้คืนหนึ่ง กาวแห้งดีแล้วก็ใช้ art knife ปาดกาวส่วนที่ปลิ้นออกมาออก ผิวก็จะเรียบสนิทกันดี และใช้กระดาษทรายเบอร์ 1000 ขัดเก็บอีกหน่อย ชิ้นงานก็จะพร้อมทำสีครับ :-)


ล้าง แอร์บรัช airbrush cleaning



หลังจากจบงานทำโมเดลชิ้นใหญ่ ทำให้ผมมี stock ภาพขั้นตอนการทำจำนวนมาก ขั้นตอนหนึ่งที่คนใช้แอร์บรัช ต้องเจอกันมาบ้างคือการล้างแอร์บรัช

อาการของแอร์บรัชที่ต้องการการล้างใหญ่ (ล้างแบบถอดชิ้นส่วน)
  1. พ่นแล้วลำลัก
  2. พ่นรีดเส้นได้ไม่เล็กเหมือนเดิม
  3. พ่นลมไม่ออก ลมย้อนกลับไปที่กรวยสีหมด 
  4. ดันเข็มเข้าปลายนมหนูได้ไม่สุด
  5. ไกฝืด ถอยไกยาก
  6. เข็มติด เลื่อนเข้าออกยาก
อาการในข้อ 1-4 เป็นอาการของนมหนู ตันหรือมีสีเข้าไปข้างอยู่
ส่วนอาการของ 5-6 เป็นอาการสีย้อน มีสีเข้าไปเคลือบในกลไกแอร์บรัชส่วนหลัง


การป้องกันสีอุดตันเพื่อไม่ต้องล้าง airbrush ใหญ่บ่อยๆก็คือ
  • ไม่ทิ้งสีระหว่างการพ่นไว้ในกรวยสี ถ้าจำเป็นต้องหยุดพ่น ให้เทสีเก็บใส่ถ้วย แล้วล้างทินเนอร์เปล่าๆกับ airbrush อาจไม่ต้องสะอาดมาก ถ้ากำลังจะกลับมาทำต่อ   อันนี้แม้แต่ไปเข้าห้องน้ำสัก 5 นาทีก็ไม่ได้นะครับ ต้องเทสีคืนเก็บก่อนเท่านั้น
  • ระวังอย่า กระดกปลาย airbrush ส่วนหน้าขึ้นสูง เพราะสีจะย้อนกลับไปด้านหลังและไปแห้งกลัง ทำให้ไกฝืด
  • หลังพ่นสีทุกครั้งให้ล้างพ่นทินเนอร์ทิ้ง ให้สะอาด ถ้าให้ดีอาจมีพู่กันเก่าๆตัดขนสั้นแข็งๆ ไว้ปัดๆขัดๆ ก้นกรวยสี ให้สีที่แห้งกรังหลุดออกมาก  และควรคลาย lock ถอยเข็มออกมาให้พ่นรูในกรวย เพื่อให้ล้างสีได้สะอาดด้วย
  • เวลาเช็ด ทิชชูดีๆจะช่วยได้มาก เพราะถ้าใช้ทิชชูถูก ขุยของกระดาษจะหลุดออกมาอุดตัดที่ปากนมหนู
  • หลังล้างสีแต่ละครั้ง ให้ถอยเข็มออกจากตำแหน่งเล็กน้อย แล้วหมุนตัว lock ไว้ เวลากลับมาใช้ใหม่ จะทำให้เข็มไม่ติดแน่น (เคล็ดลับนี้ได้จากพี่เจี๊ยบ เซียนทำสีรถถัง)
ทั้งหมดข้างต้นเป็นการดูล้าง ล้างแอร์บรัชตามปกตินะครับ ไม่มีการถอดชิ้นส่วนใดๆ  แต่ที่กำลังจะพูดถึงหลังจากนี้ เป็นการล้างใหญ่ จะล้างเมื่อจำเป็นเช่นสีตัน หรือพ่นสีสะดุดเท่านั้น

อนึ่ง สีอคริลิคสูตรน้ำจะมักจะแข็งตัว ตกตะกอน ละลายยากกว่าสีแลคเกอร์จึงอาจต้องมีการล้างใหญ่ เป็นครั้งๆ แต่ถ้าใช้สีสูตรแลคเกอร์ อย่าง mr.color ไกอา สีกระป๋อง แล้วใช้ทินเนอร์แลคเกอร์ล้างให้สะอาดเป็นประจำ อาจไม่ต้องล้างใหญ่เลยก็เป็นได้ครับ



เริ่มต้นก็ถอดฝาครอบด้านหน้าออกครับ แล้วก็ถอดเข็มออกด้านหลังไปเก็บขึ้น ในภาพจะเห็น ปลายทางออกของเข็ม เป็นรูปโคน ตรงนั้นเรียกว่า นมหนู หรือ nozzle ซึ่งถ้ามีสีเข้าไปตันก็มักจะตันภายในนมหนู ทำให้พ่นสีออกไม่ดี


นมหนูนี้สามารถถอดออกมาล้าง หรือแช่ทินเนอร์เลยก็ได้ (ข้างล่างเดี๋ยวผมจะแสดงการถอด) แต่ปกติเวลาผมล้าง บางทีการถอดนมหนูจะเสี่ยงกับการเสียหาย อาจไปทำ o-ring เสีย หรือทำหล่นหายได้ ผมเลยมักใช้ ลวดทองแดงจากสายไฟ ขนาดพอดีๆ สอดเข้าไปทำความสะอาดภายใน แล้วก็หยดทินเนอร์ลงในกรวยสีไปพร้อมๆกันนิดหน่อย   โดยลวดทองแดงนี้จะเล็กและนิ่มกว่านมหนู ดังนั้นจะำไม่ทำความเสียหาย หรืออาจใช้แท่งพลาสติกอ่อน จากไม้กวาดซึ่งปัจจุบัน มีไม้กวาดบางแบบ ขนเป็นพลาสติก สามารถตัดมาใช้ได้เลย พลาสติกจะนิ่มมาก ใช้ไม่กี่ทีจะหัก



นมหนูที่ตัน จะทำให้ ดันเข็มเข้ามาไม่สุดตำแหน่ง แต่ถ้าล้างทำความสะอาดดีแล้ว นมหนูจะเลื่อนมาด้านหน้าได้สุด


ส่วนอาการ ไกฝืด ค้าง หรือเข็มติดแน่น อาจเกิดจากมีสีเข้าไปในกลไกส่วนหลัง วิธีก็คือถอดเข็ม กับตัวก้านด้านหลังตามในภาพออกมา ตัวก้านนี้มักมีสีเข้าไปตันภายในถ้าเราเผลอทำสีย้อน


วิธีก็คือ นำทินเนอร์ (สำหรับผมใช้สีอคริลิคจึงใช้ alcohol ล้างแผล) มาล้าง ถ้ามีสีแห้งกรังอยู่ภายในก็ หันเข็มกลับด้านหลัง เอาด้านป้านเข้าไปขูดสีที่ค้างอยู่ให้หลุดออกหมด


สะอาดดีแล้ว ก็เอาลงไปแช่ทินเนอร์เลยก็ได้ :-)


ส่วนของฝาครอบด้านหน้า ถ้ามีสีแห้งกรัง ก็เอามาแช่ทินเนอร์ให้สะอาด ผมเองใช้สีอคริลิค สีจะแห้งแข็งแช่อย่างเดียวไม่ออก ต้องใช้พู่กันตัดขนแข็ง มาช่วยปัดขัดสีออก สะอาดดีแล้วก็แช่เลย ในภาพข้างบนจะเห็นตะกอนสีแข็งๆ ที่หลุดออกมานอนก้นถ้วยอยู่  .... มาถึงขั้นนี้ก็จบแล้วครับ  ถ้าประกอบกับแล้วกลไกทุกอย่างลื่นไหล พ่นสีรีดเส้นสะดวก ก็ไม่ต้องทำอะำไรต่อ ครั้งถัดไปก็ให้ป้องกันสีแห้งกรังด้วยวิธีข้างต้น ส่วนถ้ายังไม่หายเช่น มีอาการไกฝืดอยู่ ไม่เด้งขึ้นมาเอง อาจเป็นเพราะสีย้อนลงไปด้านล่างตรงลิ้นกั้นลมด้วย ก็ต้องถอดมากกว่านี้อีก แต่ยิ่งถอดเยอะก็ยิ่งมีโอกาสเสียหาย ถ้าเป็นมากๆ อาจต้องส่งเข้าศูนย์ครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------

อันนี้แถม สำหรับผมใช้ airbrush ยี่ห้อของไต้หวัน เข็มจะอ่อน งอได้ได้ไม่ระวัง แต่ดีที่ราคาถูก และก็พอมีวิธีซ่อมได้ ครับ (วิธีนี้จำมาจากตอนเอาไปส่งซ่อมที่ศูนย์)


คือถ้าปลายเข็มงอ อาการคือพ่นแล้วลมออกไม่พุ่งตรง แต่เบี้ยวเอียงไปด้านอื่น ทำให้พ่นรีดกะตำแหน่งยาก เพราะเส้นสีจะเบี้ยวตลอด และไม่อยากซื้อใหม่ อาจลองวิธีแก้ตามภาพข้างบน คือเข็มที่งอทิศที่งอจิกลงแนบเข้ากับกระดาษทรายเบอร์ 1200 แล้วฝนลากเข็มถอยหลังเป็นเส้นตรง สังเกตจะเห็นว่าปลายที่งอจิกจะลาก ทิ้งรอยไว้บนกระดาษทรายเป็นเส้นตรง   ทำซ้ำไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าที่งอหายไป หรือลากแล้วไม่ทิ้งรอยกระดาษทรายแล้ว เพราะแสดงว่าตรงที่งอเกือบๆเข้าตำแหน่ง

และสำหรับผมพอดีต้องการเปลี่ยน nozzle นมหนู พร้อมเข็มจากขนาด 0.2 มม. เป็น 0.3 มม. ทั้งชุด


วิธีถอดนมหนูก็ใช้ประแจที่ให้มาด้วยในชุด airbrush ค่อยขันออกตามทิศกฏมือขวา แล้วใส่นมหนูอันใหม่เข้าไป เวลาขันเข้านี่ต้องมือเบามากๆ ใช้แค่ปลายนิ้วก้อยดันประแจให้หมุนเข้าที่ ควรทำบนโต๊ะที่เรียบร้อยและแสงสว่างพอ


นมหนู + เข็ม ชุดที่เปลี่ยนแล้ว จัดการเก็บเข้าซอง ลงกล่องให้เรียบร้อย เป็นอันเสร็จ :-)

Tamiya Epoxy Putty - วิธีใช้พุตตี้ อุด แต่งชิ้นส่วนโมเดล

สวัสดีครับ หลังจากหายไปนานมาก เนื่องจากทำโมเดลอภิมหาโปรเจ็คตัวนี้อยู่


ตอนนี้ก็เสร็จ 100% ส่งงานให้เจ้าของไปแล้วครับ ไว้จะนำขั้นตอนการทำพร้อมผลงานที่เสร็จแล้วมานำเสนออย่างละเอียดเลยครับ

แต่วันนี้จะมาแนะนำ วัสดุในการทำโมเดลที่คนเล่นโมมาสักพักน่าจะมีโอกาสได้ใช้


คือ epoxy putty ครับ หรือกาวมหาอุด สามารถหาได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างในไทยก็มีหลายยี่ห้อ แต่ตัวที่ผมมีอยู่เป็นของ Tamiya ซึ่งทำมาสำหรับงานโมเดลโดยตรง จะมีชนิด quick type กับ smooth type ตัวที่ผมมีจะเป็นตามภาพเลยครับ มีดินน้ำมันสองสี ขาวกับเหลือง สองตัวนี้จะนิ่มๆเมื่อแยกกันอยู่ แต่ถ้านำมาขยำรวมกันแล้วจะแข็งตัว จึงนำมาใช้อุด ตกแต่ง ซ่อมแซม โมเดลพลาสติกได้

ตัวอย่างที่มาทดลองวันนี้ เนื่องจากปกติผมไม่ได้เล่นแนว modify ตัดแต่งโมเดลหนักๆเลยไม่มีชิ้นงานทดสอบ แต่มาได้โอกาสหน้ากากโทรศัพท์ รุ่นดึกดำบรรพ์ เกิดแตกครับ


ตรงมุมที่รับแรงกระแทก บ่อยๆเกิดแตก ชิ้นส่วนก็หลุดหายไป จึงคิดว่าจะลองนำ epoxy putty ที่มีนี่แหละครับมาซ่อม ซึ่งการพอก ตัดแต่ง อุด epoxy ก็ไม่แตกต่างกับการนำไปใช้สำหรับงานพลาสติกโมเดล เริ่มต้นก็จัดการเอาดินน้ำมัน สีเหลือง กับสีขาวแบ่งออกมาพอๆกัน


เนื่องจากแบ่งออกมาปริมาณน้อยมาก จึงต้องระวังเรื่องสัดส่วนให้เท่าๆกัน ผมใช้วิธีปั้นเป็นเส้นตรงยาวๆแล้วตัดให้เท่ากันอีกที ตอนผสมก็นำมาบิดเกลียวเข้าด้วยกันแล้วขยำเลย ถ้ากลัวติดมืออาจใช้วาสลีนทานิ้วบางๆก่อน อ้อภาพตรงขอบที่แตกออกผมนำ Tamiya masking tape มาปิดกั้นขอบไม่ให้ putty เลอะล้นขอบออกมา


พอกให้พูนๆแบบนี้ แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืน ถ้าสัดส่วนที่ผสมไว้ถูกต้องเนื้อดินน้ำมัน จะแข็งตัวแต่ยังนิ่มเหมือนยาง พอที่จะใช้ใบมีด artknife ตัดแต่งได้ ก็จัดการตัดส่วนที่นูนเกินออกมาและกดๆคลึงๆ ให้เรียบเข้าที่ พอทิ้งไว้อีก 2-3 วันก็จะแข็งตัวสนิท


ออกมาไม่สวย แต่เน้นใช้งานเป็นหลักเพราะอุดแล้วแข็งแรงรับแรงกระแทกได้ดีเหมือนเดิม ยืดอายุใช้งานโทรศัพท์ไปได้อีก สำหรับกรณีเอาไปใช้กับพลาสติกโมเดล แล้วต้องการทำสี ตัวเนื้อ epoxy putty นี้พอแข็งแ้ล้วจะเหมือนเืนื้อพลาสติก สามารถขัดให้เรียบ พ่นรองพื้นได้ตามปกติเลย

ปล. โทรศัพท์ที่่หน้ากากแตก นำมาเป็นแบบคือโทรศัพท์จีนแดง ... เอ๊ยไม่ใช่ มันคือรุ่น HP6515 อายุร่วม 10 ปี เป็น smart phone ยุคแรกๆ ตัวระบบเป็น Windows Mobile 2003 รองรับ EDGE (แต่เล่น 3G ไม่ได้) และ GPS ได้  มี application แผนที่ในตัว ทุกวันนี้ผมยังใช้ระบบ PIM (personal information management) ในเครื่อง sync กับ microsoft outlook ได้  ระบบ windows mobile ก็ยังเปิด file word excel pdf ที่ขนาดไม่ใหญ่มากได้ด้วย ผมยังมีแผ่น application นับ 10 แผ่นที่ทะยอยซื้อเก็บไว้ มีทั้ง dictionary เกม โปรแกรมเกี่ยวกับ office เยอะมาก ไม่ต้องไปหาโหลดเลย (เพราะไปหาก็ไม่มีแล้ว ฮา)



อันนี้แถมโมแปลกอีกตัว เดือนก่อนไปซื้อกาชาปอง เจอโมตัวนี้จำได้ว่าอยู่ในเรื่อง star wars ตัวนึงไม่ถึง 200 บาท แต่รายละเอียดใช้ได้เลย ผมเหมามาทั้งร้านรวมในตู้โชว์ด้วย กะว่าจะนำมาเรียงกันคงสวยดี ท่านใดไปเจอโมกล่องแบบนี้เข้าลองซื้อมาเล่นดูครับ จริงๆมีเป็นชุด 6 แบบได้ มีพวก หุ่น ยานบินต่างที่อยู่ในหนัง แต่ผมชอบตัว 4 ขานี้มาก เพราะเหมาะกับนำมาทำสีแนว military sci-fi ทำคราบ ฝุ่นคงสนุกดี :-)

แนะการ ประกอบ ต่อ ติดดีคอล โมเดล ขนาด 1/144

วันนี้ขอมาแนะนำการประกอบ ติดดีคอล โมเดลกึ่งสำเร็จรูปในขนาด 1/144 อีกทีครับ

 

โมเดลกึ่งสำเร็จรูปนี้ มักมีวางขายตามห้างแผนกของเล่น สนนราคาตั้งแต่ 60 บาท ถึง 200 บาท ขึ้นกับรุ่น และขนาด ถ้าซื้อบางช่วงลดราคาก็จะถูกหน่อย มีทั้งเครื่องบิน เรือรบ รถถัง ยานอวกาศ สำหรับเครื่องบินนี่ก็จะมีเยอะหน่อยครับ

หลายรุ่นเป็นแบบสำเร็จเลย เปิดกล่องตั้งโชว์ได้ แต่หลายรุ่นก็ต้องอาศัยฝีมือในการประกอบ ซึ่งบางท่านอาจขยาดของเล่นพวกนี้เพราะต่อไม่เป็น และถึงต่อได้ก็ยุ่งยาก ไม่รู้ใช้กาวอะไรติด และมาปิดท้ายด้วยสติกเกอร์ (คนเล่นโมจริงๆเรียกดีคอล) ที่ไม่มีกาว ปิดไม่อยู่ บางคนก็โยนทิ้งไปเลย

วันนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคการประกอบ ของเล่น ด้วยเทคนิคแบบไม่ใช่เล่น แต่เป็นวิธีของการประกอบโมเดลพลาสติกโดยเฉพาะ ทั้งการประกอบ ทากาว ติดดีคอล รับรองว่าทำได้จนเป็นแล้ว ขยับไปเล่นโมเดลพลาสติก รุ่นใหญ่ได้เลยครับ

อุปกรณ์ที่ต้องมีก็มีดังนี้ครับ

1. คีมพลาสติก
2. มีดปากกา หรือมีดงานฝีมื (artknife)
3. คีมปากแหลมแบบตรงหรือโค้ง ถ้ามีทั้งสองแบบยิ่งดี
4. แผ่นรองตัด (cutting matt)
5. กาวละลายพลาสติก เฉพาะสำหรับทำโมเดล มีสองยี่ห้อที่คนนิยมคือของ Tamiya และ mr.cement
6. ถ้วยใสน้ำเปล่า
7. Cutton bud
8. น้ำยาติดดีคอล (Mark softer)


มาเริ่มกันเลยครับ


เปิดกล่องออกมาปุ๊ป สิ่งที่จะเจอ คือแผง โมเดลครับ แผงพวกนี้เรียกทางเทคนิคว่า sprue แล้วก็แผ่นคู่มือประกอบ จะมีสองส่วนที่สำคัญคือวิธีการประกอบ และอธิบายตำแหน่งติดดีคอล ส่วนแผ่นที่คล้ายๆสติ๊กเกอร์อันนั้นคือดีคอลครับ


หลังจากสำรวจชิ้นส่วนและขั้นตอนการประกอบต่างๆจน เข้าใจแล้วก็หยิบ แผ่นรองตัด (cutting matt) ออกมาและวางชิ้นงานต่างๆไว้ให้เป็นระเบียบ อุปกรณ์สองชิ้นแรกที่ต้องนำมาใช้คือ คีมตัดพลาสติก (plastic nipper) และมีดปากกา (art knife) ครับ

ในใบคู่มือจะมีระบุ หมายเลขชิ้นส่วนต่าง ซึ่งจะตรงกับบนแผงพลาสติก (sprue) ให้ตัดชิ้นส่วนแต่ละชิ้นออกมาตามขั้นตอนด้วยคีมตัด โดยเว้นช่องว่างเล็กน้อยไว้ อย่าตัดชิดกับชิ้นงาน แล้วใช้มีดปากกาเล็มพลาสติกส่วนเกินที่เป็นติ่งออก (ขั้นตอนนี้ ท่านที่ยังไม่มีประสบการณ์ใช้มีดงานฝีมือ ให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะใบมีดพวกนี้คมมาก)


ชิ้นส่วนที่ตัดออกมา ส่วนใหญ่จะประกบเข้าด้วยกันไม่ได้ ยกเว้นชิ้นหลักๆบางชิ้น เขาจะมีเดือยให้ติดเข้าหากัน (snap fit) แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดให้แน่นด้วยกาวอยู่ดี สิ่งที่จะมาช่วนเราติดพลาสติกเ้ข้าด้วยกันคือ น้ำยา Tamiya extra thin cement ซึ่งเป็นน้ำยาละลาย ประสานเนื้อพลาสติก (extra thin คือแบบที่ไม่มีเนื้อเรซิ่นผสม ส่วนอีกแบบจะเป็นสีขาว มีเรซิ่นผสม ข้นและแห้งช้ากว่า) ที่ฝาขวดจะมีพู่กันจุ่มน้ำยาออกมา ให้ปาดขนแปรงให้หมาดๆ ทาชิ้นส่วนด้านใดด้านหนึ่ง แล้วประกบเข้าด้วยกัน

ชิ้นส่วนที่เล็กมากๆ อาจใช้คีมปลายแหลมช่วยในการประกอบ โดยอาจประกอบชิ้นส่วนเข้าตำแหน่งก่อน แล้วค่อยหยอดน้ำยาซึ่งจะไหลลงไปในซอกเองเพราะความเหลว จับชิ้นส่วนที่ประกบกันให้อยู่นิ่งๆสักครึ่งนาที ชิ้นส่วนจะติดกันแล้ว อาจขยับตำแหน่งได้นิดหน่อยให้เข้าที่ แต่ถ้ารอให้กาวแห้งสนิท อาจต้องทิ้งไว้ข้ามคืน


หลังประกอบ ชิ้นสว่นโมเดลทั้งหมดแล้ว จะได้โมเดลชิ้นจิ๋วที่สมบูรณ์ แต่ยังขาดเครื่องหมายเตือน หรือลวดลายต่างๆ ซึงต้องอาศัยการติดดีคอล ขั้นตอนนี้ให้ใช้ถาดใส่น้ำเล็กๆกับพู่กัน และต้องอาศัย แผ่นรองตัด artknife และ คีมปากแหลมด้วย

ดีคอลจะให้มาเป็นแผ่น ให้เราศึกษาหมายเลขของ ดีคอลที่เราต้องการจะติด และใช้ artknife ตัดกรีดออกมาทีละชิ้น โดยให้เหลือขอบใสให้น้อยที่สุด

หลังจากนั้นน้ำชิ้นดีคอลแช่ลงในถาดใส่น้ำเปล่า ทิ้งไว้สัก 30 วินาที ดีคอลซึ่งเป็นแผ่นใสจะเริ่มหลุดออกจากกระดาษรองสีฟ้า ก่อนจะหลุด ให้ใช้คีมปลายแหลมคีบขึ้นมาวางในตำแหน่งที่ต้องการ และใช้ cutton bud ชุบน้ำ เขี่ยดีคอลให้เข้าที่ ทิ้งไว้สักพัก ให้ใช้ cutton bud ที่แห้งเกลี่ย น้ำที่ขังอยู่ใต้ดีคอลออก ให้ดีคอลแนบสนิทกับผิวพลาสติก



หลังจากติดดีคอลครบทุกตำแหน่งแล้ว (ส่วนมากจะมีดีคอลบางส่วน ไม่ได้ใช้ ไม่ต้องตกใจ) ทิ้งไว้ข้ามคืน หรืออย่างน้อยสัก 2-3 ชั่วโมงให้น้ำแห้งสนิท และมาทากาวติดดีคอล Mr.mark softer ในขวดจะมีแปรงพู่กัน จุ่มน้ำยาแล้วป้ายเบาๆบนผิวดีคอลได้เลย หลังจากน้ำยาแห้งแล้ว ดีคอลจะติดค่อนข้างแน่นสนิทกับผิวพลาสติก

ในกรณีที่ดีคอบชิ้นใหญ่ หลังทาน้ำยา mark softer ไปสักพักแล้ว ดีคอลอาจหดตัว ยู่ยี่ ให้ใช้ button bud หมาดน้ำ ค่อยๆเกลี่ยผิวดีคอลให้กลับมาเรียบดังเดิม และถือโอกาสเกลี่ยผิวดีคอลให้แนบไปตามผิวพลาสติก ซึ่งมีมีส่วนโค้ง หลืบไปในตัวด้วย

หมดแล้วครับ หลังจากนี้ท่านจะได้โมเดล ขนาดจิ๋วไปประดับโต๊ะทำงาน หรือดูเล่น ซึงถ้าประกอบคล่องๆแล้ว โมเดลกล่องนึงอาจะใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที

ขอบคุณที่รับชมคับ
พูดคุย ปรึกษา เกี่ยวกับการ ประกอบ ทำสีโมเดล กันได้ ที่ facebook ผม -->
facebook.com/gundamtool

สอน ประกอบ ตัดเส้น ดีคอล เครื่องบิน 1/300

สอน ประกอบ ตัดเส้น ดีคอล เครื่องบิน 1/300
เปลี่ยนบรรยากาศมาประกอบเครื่องบินครับ ผมยังไม่เคยต่อเครื่องบินจริงๆจังๆ ถึงจะมีโมเก็บไว้บ้างแล้ว ก็ขอต่อโมกึ่งสำเร็จดูก่อนครับ


เป็นโมเดล airlines ครับ โมขนาด 1/300 ลงสีสำเร็จ ต่อง่ายมาก เปิดจากกล่องปุ๊บ มีชิ้นส่วนฐานล้อ กับปีกนิดๆหน่อย ให้ต่อ ไม่กี่นาทีก็ได้ตามภาพเลยครับ ราคาก็ถูกจนเหลือเชื่อ ถ้าไปซื้อที่แหล่ง หรือซื้อยกเซ็ต สร้างฝูงบินได้แบบสบายกระเป๋า แต่เห็นแบบนี้ก็อย่าดูถูกว่ารายละเอียดไม่ดีนะครับ มันมีดีพอตัว และชิ้นส่วนตอนต่อ ก็มีงานสำหรับนักทำโมเดลนิดๆหน่อยๆ เรียกว่าคนที่ไม่เคยจับโมมาก่อนเลย และไม่มีเครื่องมือต้องออกแรงใช้ฝีมือครับ

ผมจะมาแนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือ และวิธีประกอบ ติดดีคอลเล่นๆ สำหรับท่านที่ยังไม่เคยต่อโมเดลมาก่อนเลย เห็นแล้วอาจลองทำจนติดใจหันมาเล่นโมเต็มรูปแบบก็ได้ครับ :-)


อุปกรณ์ที่ต้องมีเลยก็คือ art knife อันนี้ใช้ cutter แทนได้ แต่ไม่ดีเท่า ต่อมาก็น้ำเปล่า ถ้วยน้ำเล็กๆ cutton bud แผ่นรองตัด (อันนี้เหมือนไม่สำคัญแต่ถ้ามีก็สะดวกดี)


ถัดมาก็ คีมปากแหลม อันนี้เหลือเชื่อว่าโมสำเร็จขายตามห้างต้องใช้ด้วยหรือ แต่ผมลองต่อเองแล้วยืนยันว่าถ้าไม่มีอาจต่อไม่สำเร็จครับ เพราะส่วนมากเป็นโม เสกลเล็ก ชิ้นส่วนบางชิ้นเล็กกว่าเมล็ดถัวเขียว ต้องใช้ปากจับช่วยเวลาประกอบ ส่วนน้ำยาต่างๆที่ต้องมีแน่ๆคือ mr.cement หรือกาวน้ำละลายพลาสติกครับ มีขายตามแผนกของเล่น (ไม่ได้ลงภาพไว้) และ mr.mark setter เป็นนำยาสำหรับติดดีคอล หรือรูปลอกน้ำที่เขาแถมมาด้วย


สุดท้ายก็ปากกาเมจิหัวเ็ล็ก 0.05 ครับ ถ้าเป็นแบบในภาพจะดีมาก เอาไว้สำหรับตัดเส้น


วิธีตัดเ้ส้นก็ไม่มีอะไรมากครับ ใช้ปากกาข้างต้น ลากเส้นไปตาม panel line ต่าง ค่อยๆทำทีละส่วน หลังจากนั้นนำ cutton bud ชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดเส้นส่วนเกินออก ในภาพสังเกตที่แพนปีกส่วนหลัง อันล่างตัดเส้นด้วยปากกาเฉยๆ ส่วนอันบนหลังจากเช็ดส่วนเกินออกแล้วจะเห็นว่าเส้นบางลงดูสมจริงมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้ถ้าทิ้งหมึกไว้นานจะแห้งเช็ดไม่ออก ไม่ต้องตกใจ ให้ใช้ alcohol ชุบ cutton bud หมาดๆ เช็ดแทนน้ำจะออก แต่ต้องระวังกว่าน้ำ เพราะ alcohol จะทำให้สีพื้นหม่นได้ถ้าออกแรงมากไป

ส่วนการติดดีคอล ก็อาศัย art knife ค่อยๆกรีดดีคอลออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แช่น้ำทิ้งไว้สักนาทีจะลอก แล้วใช้ปากคีบกับ cutton  bud ช่วยจับลอกมาวางในตำแหน่ง แห้งดีแล้วใช้น้ำยา mark softer ทาทับ จะติดแน่นขี้น


ฝากสำหรับท่านที่ยังไม่เคยต่อโมเดล ลองฝีมือดูครับไม่ยากเลย อาจต้องมีอุปกรณ์ช่วยนิดหน่อย ถ้าต่อโมเดลพวกนี้คล่องแล้ว ขยับไปเล่นโมเดลจริงได้สบายเลยครับ หรือจะต่อโมกึ่งสำเร็จพวกนี้เยอะๆ สร้างเป็นฝูงบินเลยก็ได้ มีกลุ่มคนเล่นโมเดล 144 ที่ web นี้
http://www.144militaryclub.com/default.aspx?headmenu=true&id=M000000012&shw=webboard

ถ้าสนใจหัดทำสีโมเดล อ่านบทความผมเป็นการเริ่มต้น เรื่องเกี่ยวกับสูตรสีต่างได้ครับ -->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/2011/07/blog-post_09.html

Weathering - เวทเธอริ่ง ทำคราบสนิมฝุ่น 2

สวัสดีครับ เนื่องจากผมต่อ M4 ของ Dragon แล้วมีชิ้นส่วนเกินมาเป็นฝาปิดห้องเครื่อง เขาให้เผื่อมาสับเปลี่ยนสองแบบ อันที่เหลือผมเลยมีไอเดียเอามาหัดทำสีครับ เป็นที่มาของหัวข้อคราวนี้คือ การทำสีคราบสกปรกฝุ่นบนผิวโมเดล ส่วนมากก็นำไปทำกับรถถัง แต่ก็ทำกับโมเดลอื่นๆได้หมดครับ ทั้งรถยนต์ เครื่องบิน หรือแนว sci-fi ที่คลุกฝุ่น ช่วยทำให้สมจริง (ขึ้นเล็กน้อย :-))


ผมเน้นใช้สี acrylic ทั้งหมดนะครับ ตัวทำละลายก็มีแค่น้ำ กับแอลกอฮอลล์ อุปกรณ์ สี จากซ้ายไปขวา บนลงล่างมีดังนี้ครับ

Ethanol (Alcohol ซื้อจากศึกษาภัณฑ์) , สี ST acrylic สีดำ , ผงฝุ่น MIG European dust , สี acrylic หลอด ยี่ห้อ Winsor สีน้ำตาลแดง , สี ST acylic สูตรด้าน decormatt สี Olive Drab , สี Tamiya Hull red กับ Deck tan , พู่กันขนแบน ขนาดพอดีกับชิ้นงาน ,พู่กัน ปลายแหลม เบอร์ 0 หรือ 1 แล้วแต่ชอบเอาไว้ wash


1. ขั้นตอนแรกก็รองพื้นครับ ผมใช้สี acylic สีขาวผสมสีดำ พ่นไปก่อนชั้นหนึ่ง ขั้นตอนนี้อาจใช้ surfacer สูตร lacquer ก็ได้ จะพ่นง่ายกว่า แต่สี acrylic ถึงพ่นถมเต็มยาก แต่ไม่เหม็นดีครับ ยากแค่ชั้นรองพื้น ขั้นต่อมาก็สบายละ

2. พ่นสีหลัก คือสี decormatt Olive Drab สีเขียวมะกอก สีขวดร้านเครื่องเขียนแบบนี้ ใช้พ่นปกติไม่ได้ครับ ให้ใช้วิธีผสม alcohol ในถาดผสม แล้วบดๆ จนสีละลายมากที่สุด เทเฉพาะส่วนที่เหลวข้างบนมาใช้ กรอก airbrush เติม alcohol พอดีๆแล้วพ่น

3. พ่น preshading ด้วยสี Hull red ของ tamiya สาเหตุที่ใช้สีนี้เพราะผมลองวิธีให้ จะใช้ทำสนิมถลอกไปในตัว โดยพ่น Hair spray ต่อหลังจากสีแห้งแล้ว (Hair spray ไม่มีในภาพอุปกรณ์ แต่หาได้จากแผนกเครื่องสำอาง ยี่ห้อไหนก็ได้ กรอกใส่ airbrush แล้วพ่นเลย)

4. พ่นสีหลัก คือสี Olive Drab อีกรอบ ขั้นตอนนี้ให้พ่นสีคลุม ทีละชั้นดูจนสีเขียวกลบสีเงา พอดีๆ ถ้าพ่นหนาไปเงาจะหายไปหมด รอสีแห้งสัก 10-15 นาที

5. นำพู่กันเก่าๆ ตัดขนเหลือสั้นๆแ็ข็งๆ จุ่มน้ำแล้วนำมาแซะตามรอยที่เราพ่นสีสนิมเอาไว้ สีเขียวจะกระเทาะออก เห็นชั้นสีข้างล่างเหมือนสนิม ขั้นตอนนี้เรียกว่า Hair spray เทคนิค หลังจากนั้นนำสี deck tan มาผสมสี olive drab ทีละน้อย จนได้สีเขียวอ่อน นำไปพ่นส่วนกลางๆ ของพื้นผิว ให้เกิดบริเวณที่แสงอ่อนกว่าปกติ เป็นการทอนแสง

6. ย้อม (filter) ด้วยสี acrylic หลอดสีน้ำตาลแดง โดยผสมสีจางๆแค่ 1:20 แล้วนำพู่กันปากแบนจุ่ม เช็ดทิชชูให้แค่หมาดๆ แล้วนำไประบายบินพื้นผิวให้ทั่วๆ รอจนแห้งจะเกิดคราบสีน้ำตาลแดงเหมือนคราบสกปรก หลังจากนั้นใช้ีสีดำผสม 1:10 แล้วนำพู่กันปลายแหลม นำไป wash ตามซอกร่องของบานพับ (pin wash)

7. ลงฝุ่น ด้วยการนำสี MIG เล็กน้อย (สักเมล็ดถั่วเขียว) ผสมน้ำเปล่า 1 cc. แล้วนำพู่กันปากแบนจุ่มหมาด นำไประบายเหมือน filter อีกครั้ง รอจนแห้ง พ่นเครียล์ด้านทับป้องกันสีฝุ่นหลุด


จากรองพื้นเทาเรียบๆ พอทำเสร็จก็จะประมาณนี้ครับ ผมก็ทำยังไม่เก่งมาก แต่ถ้าได้หัดเรื่อยๆน่าจะดีขึ้น ทีนี้จากแค่พื้นผิวแค่ส่วนเดียว ก็นำเทคนิคที่ทำจนชำนาญแล้วไปทำบนโมเดลของจริง รับรองโมเดลที่เราทำจะเก่าลงถนัดตาครับ ... ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

คราวนี้ผมค่อนข้างเขียนแบบรวบรัดเพราะเคยเขียนเรื่องการ weathering มาก่อนหน้านี้แล้วสามารถอ่านได้ บทแรกได้ที่นี่ครับ -->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/2011/07/acrylics-weathering.html

ส่วนอันนี้เป็นแนว weathering ของฝรั่ง ผมใส่ sub ไทยเอาไว้ อ่านไม่ยากครับ -->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/2011/07/weathering.html

ลองอ่านขั้นตอนการทำสีบทความเก่า ที่ผมเคยทำรถถัง Bradley (อันนี้เสร็จเป็นคัน) ได้ที่นี่ครับ -->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/2011/07/bradley-scale-model-172.html

ก่อกำแพงอิฐด้วยโฟมอัด

เทคนิคก่อกำแพงอิฐด้วยโฟมอัด

สวัสดีครับ วันนี้ผมลองทำเทคนิคที่เคยได้ยินมาหลายรอบละ จริงๆก็มีคนไทยทำแบบนี้มาแล้วผมจำไม่ได้ว่าท่านไหน แต่ทำแล้วสวยมาก อยากทำตามเลย ล่าสุดอ่านหนังสือฝรั่งเขาก็อยากทำอีก เลยลองดูครับ

เนื่องจากการทำของเสกลเล็กอย่าง 1/72 ไม่ค่อยมีฉากสำเร็จรูปขายเท่าไหร่ หายากและก็แพง จะใช้ปูนมาทำก็มัก overscale ดังนั้นวัสดุวันนี้คือโฟมอัดก็จะมาตอบโจทย์ครับ

ตัวโฟมอัดจะมีูรูพรุนๆเต็มไปหมด เหมือนก้อนอิฐ แผ่นโฟมผมยังหาดีๆมาใช้ไม่ได้ แต่ที่มีอยู่แผ่นหนึ่งเป็นโฟอัดเคลือบ แบบนี้


ผมนำมาลอกเคลือบผิวออกด้านหนึ่ง ซึ่งลอกยากมาก มันจะรุ่ยเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ที่ลอกออกมาได้แผ่นใหญ่ นำมาทำอิฐครับ วิธีก็ง่ายๆแค่เอาไม้บรรทัดทาบ แล้วกรีดด้วยปลายวงเวียน กรีดแนวนอนจนครบ แล้วก็มาแบ่งแต่ละเส้นเป็นก้อนอิฐชิ้นๆครับ ตอนนี้อาจใช้ปลาย artknife จิ้มแล้วแหวะนิดหน่อย ก็จะได้อิฐก้อนเล็กๆเป็นแนว

รูปร่างของอิฐขนาด วิธีเรียงนี่ก็ขึ้นกับความชำนาญเลยครับ ผมอยากได้แบบง่ายๆ และเข้ากับเสกล 1/72 พบว่าพอใช้ได้ ถ้าท่านใดจะนำไปทำเข้ากับ 1/35 น่าจะสบายๆเลยครับ



หลังจากนั้นผมทารองพื้นสีดำทั้งหมดครับรอบหนึ่ง ขั้นตอนนี้ฝรั่งเขาว่าใช้พ่น airbrush แต่เขาบอกว่าต้องพ่นหลายรอบเพราะมันซับสีไปหมด ผมเลยคิดว่าทาเอาดีกว่า ก็พบว่าทาไม่ยากเลยครับ

รอคืนหนึ่งให้สีแห้ง แล้วนำมาทาสีเทาเฉพาะที่ผิวอิฐ


หลังจากนั้น ปัดเทาอ่อนเกือบขาวอีกที แล้วก็นำสีน้ำตาลเข้มผสมจางๆมาย้อมก็จะได้ดังนี้


นอกจากทำกำแพงแล้ว อาจทำพื้นอิฐ และถ้าท่านใดใช้วัสดุเก่งๆ อาจใช้ร่วมกับไม้ bulsa เพื่อทำประตุ หน้าต่าง อาจทำตึกทั้งหลังได้ครับ ส่วนสีถ้าทำแนวตึก WWII อาจต้องทารองพื้นสีขาวเหลือง แล้วทำสีอิฐเป็นสีส้มแดง จะสมจริงกว่าครับ ตัวอย่างอิฐก็ดูจาก dirorama.ru ได้เลย

จบแล้วครับ อ้อ สีผมใช้ acrylic ผสมน้ำทั้งหมดนะครับ สีอื่นๆอย่างแลคเกอร์ไม่ได้ลอง แต่อาจจะใช้ไม่ได้ครับ เพราะมันกัดโฟม

D9F5XBWJKREP

พ่น airbrush ด้วยสี acrylic หลอด ร้านเครื่องเขียน

ส่วนถ้าพ่น airbrush สีงานโมเดลไม่ต้องพูดถึงเพราะพ่นได้แน่นนอน ของ tamiya ผสม X20A ของเขาเลย ส่วน Vallejo ได้ยินว่าผสมน้ำพ่นได้ด้วย

ก็มาเหลือสี acrylic หลอด หรือแบบขวดกระปุกตามร้านเครื่องเขียน ผมลองมาแล้วครับ








อันนี้เป็นงานที่ ใช้สี acrylic ร้านเครื่องเขียนทั้งหมดครับ ตั้งแต่รองพื้น พ่นเงา พ่นสีหลัก ดูภาพเพิ่มได้ที่ blog ผมขอรับ -->
thaimodel-kit.blogspot.com/search/label/acrylic

สำหรับการละลายสีหลอดมีสองวิธีคือ

1. บีบในถ้วยเปล่าสัก 1/-2 - 1 ข้อนิ้วมือ แล้วผสม 95% alcohol ลงไปที่ละน้อย ใช้ไม้ไอติม หรืออะไรก็ได้ บดสีคนไปเรื่อยๆถ้าไม่ละลายก็เติมเพิ่ม สุดท้ายจะละลายได้ 80% กว่า ก็เทส่วนบนที่เหลว เอามาใช้ ผสม 95% alcohol เพิ่มจนได้ความข้นพอดีกรอก airbrush ส่วนก้นๆจะมีตะกอนเป็นลิ่มเททิ้งไป เวลาเทถ้ามีตะแกรงจะสบายหน่อย

2. บีบสีออกมาแบบเดิม แต่ใช้น้ำยา flow improver หรือพวก retarder สำหรับสี acrylic ที่ผมลองคือ flow improver ของ W&N ตัวนี้จะละลายสีได้ดีกว่า ละลายได้เกือบ 90% หรือให้ละลายสมบูรณ์เลยก็ได้ ถ้าใส่เยอะ แต่ใส่แค่พอดีก็พอ เพราะใส่มากมันเป็น retarder ในตัว สีจะไม่แห้ง พอบดสีจนเหลวพอใจ ก็เติม 95% alcohol เป็นตัวเจือจางเช่นเดิม

95% alcohol - 95% Ethanol ผมซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ครับ เห็นว่าร้านขายหัวน้ำหอม เคมีภัณฑ์ก็มีจำหน่าวย ส่วน alcohol ล้างแผลจะเป็น 70% Isopropyl alcohol ซึ่งใช้ได้แต่ไม่ดีเท่า และจะมีสีฟ้าอ่อนปนลงไปในสีครับ

= ข้อดี

- วิธีใช้สีหลอด acrylic ร้านเครื่องเขียนนี้ผมลองคำนวนคร่าวๆแล้วถูกกว่า สีโมเดลโดยตรง (จะแพงก็น้ำยา flow improver ผมได้มาขวดใหญ่เกือบ 600 บาท แต่ก็ใช้ได้นาน เพราะใช้เป็นหยดๆ ผมว่าละลายสีหลอด ได้ปริมาณพอๆกับสี Tamiya นับโหลได้)
- สะดวกดีถ้าหาร้านเครื่องเขียน งานศิลปะใกล้บ้านได้
- สีหลอด ถ้าพ่นได้สำเร็จ ทาก็สบายๆ สีหลอดเดียวได้ทั้งดมทั้งทา ... เอ๊ย ทั้งพ่นทั้งทา สะดวกดี

= ข้อเสีย
- แต่ก็ต้องแลกมากับความยุ่งยาก
- คุณภาพด้อยกว่าและไม่เกาะแน่นแบบสีงานโมเดล เฉพาะครับ
- มีเฉดสีน้อย ต้องผสมเองมากกว่าสีงานโมเดล

pump ลม ควรมีถังพักหรือไม่?


ปกติแรงดันในการพ่นลมผ่าน airbrush จะใช้ไม่มากครับ อาจแค่ 12-18 PSI ราวๆนี้  ถ้าไม่มีถังพัก pump ก็อาจไม่ต้องมีกำลังมาก แค่ดันลมออกมาให้พอกับ airbrush ใช้ก็พอ แต่แบบนี้ pump จะต้องทำงานตลอดเวลาทุกครั้งที่มีการกดพ่นลมผ่าน airbrush และ pump ประเภทไม่มีถังพักส่วนมาก มักเป็น pump ตัวเล็กอยู่แล้ว ถ้ามีการพ่นๆหยุดๆ ติดกันเกิน 1-2 ชั่วโมง ส่วนมากมันจะร้อนจัดครับ แล้วก็จะตามมาด้วยปัญหาภายใน ยาง diaphragm มันจะเสื่อม ตัวตัดลม (ตัดเวลาไม่มีการพ่นลม) ก็จะเสีย อะไรต่อมิอะไรที่ทนร้อนไม่ได้มันจะทะยอย เสื่อมไปครับ

ไม่นับเรื่องไอน้ำเพราะพออากาศภายในเครื่องมันร้อน พอออกจากเครื่องผ่านสายมาเจออุณหภูมิห้องที่เย็นกว่า มันจะควบแน่นเป็นหยดน้ำอยู่ในสายลม และเนื่องจากไม่มีถังพักดักไอน้ำไว้ ถ้าเยอะพอมันจะออกมากับสีที่เราพ่น

ส่วน pump ที่มีถังพัก มักทำแรงดันได้มากกว่า โดยจะอัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ในถังก่อน จนความดันในถังอาจถึง 60-70 PSI หลังจากนั้นมันจะหยุดทำงาน เวลาเราพ่นลมก็จะใช้จากในถังโดยค่อยๆปล่อยผ่าน airbrush ออกมากใช้แค่ 10 กว่า PSI จนแรงดันในถังพักตกลงถึงจุดหนึ่ง เช่น 30 PSI เครื่องก็จะเริ่มเดินใหม่เป็นรอบๆ แบบนี้เครื่องจะไม่ได้ทำงานอยู่ตลอดเวลาครับ

ดังนั้นถังพักจะมีประโยชน์คือ

1. ช่วยให้ pump ลมไม่ต้องทำงานตลอดเวลา ทำให้เครื่องไม่ร้อนจัด อายุใช้งานก็น่าจะนานขึ้น

2. พอเครื่องไม่ร้อนจัด ไอน้ำที่ควบแน่นเวลาออกจาก pump มาสัมผัสอุณหภูมิห้อง ก็จะน้อยกว่า และอีกอย่าง ถังพักจะที่ๆเกิดการควบแน่นของน้ำ ทำให้น้ำค้างอยู่ในถัง ไม่ออกมาถึงสายลมที่จะไป airbrush

3. ใช้กำลัง pump ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะปริมาตรลมทั้งหมดถูกนำไปเก็บในถังก่อน และทั้งหมดถูกนำมาแบ่งใช้ตอนพ่น airbrush

ทั้งนี้ ย้อนกลับไป pump ที่ไม่มีถังพัก pump พวกนี้จะทำแรงดันได้เกินกว่าที่ airbrush ใช้ เช่น airbrush ใช้แค่ 15 PSI pump อาจต้องทำให้สูงกว่า สัก 30 PSI  แต่เนื่องจากแรงดันส่วนเกินไม่มีที่เก็บไว้ก่อน ดังนั้น ปริมาตรลมส่วนนึงก็จะถูกปล่อยทิ้งออกมาจนกว่าแรงดันจะเหลือ 15 PSI ครับ ต่างจาก pump ที่มีถังพักจะเก็บปริมาตรลมทั้งหมดไว้ในถังก่อนได้

4. ลมที่ปล่อยออกจากถังพัก เวลาจังหวะเริ่มกดพ่นลมจะให้ลมที่ออกมานิ่มนวลกว่าออกจาก pump โดยตรง

เพราะ pump ที่ไม่มีถังพัก มักจะตัดการทำงานไประหว่างหยุดกดพ่นสี และพอกดพ่นใหม่ pump จะอัดลมออกมา ซึ่งแรงดันของ pump ตอนอัดออกมาตอนนี้ มักจะกระชากมากกว่าปกติเล็กน้อยครับ ถ้าเราจ่อ ปลาย airbrush ไว้ที่ชิ้นงานก่อน สีก็จะออกมามากกว่าที่เราตั้งใจไว้ อันนี้ก็ทำให้คนส่วนมากมักกดพ่นสีที่ว่างๆก่อนจะลากปลาย airbrush เข้าไปหาชิ้นงาน

Pigments test ทดสอบผงฝุ่น 3 แบบและทดลองใช้งาน

สวัสดีครับ วันนี้ผมนำการทดสอบสีฝุ่นมาฝาก

เนื่องจากผมเล่นรถถังมานาน หัดแต่ขั้นตอนอื่นมาตลอด ตอนนี้ค่อยๆไล่ลงช่วงล่าง จะมาลองสีฝุ่นแล้วครับ ว่าไปผมก็ลองใช้มานาน แล้วโดยอาศัยดูวิธีจาก VDO แต่ทำตามเขาแล้ว ก็ไม่ค่อย work ครับ อาจเป็นเพราะผมเล่นรถถังเสกลเล็กด้วย การเอาฝุ่นพอกไปตรงๆทำให้ดู overscale

จนกระทั่ง มีพี่่ท่านหนึ่งคือพี่ art ครับ แนะนำสีุฝุ่นยี่ห้อ มีถาวร พี่เขาแนะนำให้นำมาผสมพ่นได้ แล้วก็ประกอบกับมีบางท่านแนะนำให้เอาสีฝุ่นผสมน้ำ่ก่อนค่อยนำมาทา ... ครั้งนี้ผมจะมาทดสอบการพ่นครับ

สีที่นำมาทดสอบมี 3 แบบ คือ สีฝุ่น "มีถาวร" จากร้านก่อสร้าง ,สี pastel แบบแท่ง ยี่ห้อ nouvel และสุดท้าย สี MIG หนูทดลองก็เป็นรถถังเสกลเล็ก แบบสำเร็จรูปจากแผนกของเล่น ผมจำมาหัดทำสี weathering เสียยับเยิน และคราวนี้ก็ชะตาถึงฆาต ผมจะนำมาทดลองสีฝุ่น แบบชนิดเจ๊งแล้วโยนทิ้งเลย ส่วนการพ่นก็จะใช้เทคนิค พ่นเน้นไปที่ช่วงล่างของตัวถังครับ

หน้าตา เหยื่อที่ถูกนำมาทดสอบ -->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/2011/07/tiger-i-world-motor-tank-series-172.html


เริ่มกันเลยครับ อ้อ สำหรับทุกการทดสอบนะครับ ผมจะใช้สีฝุ่นผสม 95% alocohol ซึ่งตัวละลายนี้ อาจใช้ X-20A หรือ พวก Enamel flo ,X-20 ก็น่าจะได้ครับ แต่ผมยังไม่ได้ลอง และเนื่องจากสีฝุ่นไม่มีตัวยึดเกาะ เราจะต้องหยด เคลียร์ด้าน (matt clear) ลงไป สัก 1cc. ขึ้นกับปริมาณสีที่เราผสมครับ

1. สีฝุ่น "มีถาวร"

ยี่ห้อนี้มีขายตามร้านก่อสร้าง ผมไปได้มาจาก homepro ครับ เอาแค่ถุงเล็กพอ 20 บาท เยอะมากจนเหลือเฟือ  มีสี ดำ แดง เหลือง ที่น่าจะพอใช้ได้ ส่วนสีขาวเขาไม่มีใจจริงผมก็อยากได้เหมือนกัน


สีพวกนี้มันหกแล้วเลอะเทอะมากครับ ใครลองก็แนะนำให้ทำนอกบ้านไปเลย วิธีผสมก็อย่างที่บอกครับ ผมเอาสีแดงนำไปก่อน ตามด้วยเท 95% alcohol ตามลงไป พอควร แล้วเติมสีเหลือง จะได้เป็นสีส้มๆ พอเติมดำลงไปนิดๆจะได้สีน้ำตาล ก็ผสมจนพอใจ แล้วก็เติม matt clear ผมใช้สูตร acylics จากร้านเครื่องเขียน ส่วนใครมี ของ gunze ก็น่าจะใช้ได้ครับ อาจต้องเปลี่ยนตัวละลายเป็น mr. thinner ไปด้วย


ออกมา จากสีเขียวรถถังเดิม มีสีน้ำตาลแดงเป็นฝุ่นเกาะที่ด้านหลัง ช่วงล่างครับ ผมพบว่าฝุ่นมันไม่ค่อยหยาบเท่าไหร่ อาจจะด้านกว่าผิวสีด้านปกติเล็กน้อย แต่ไม่ค่อยต่างกันให้พอใจเท่าไหร่ ผมคิดว่าถ้าอยากได้ฝุ่นบางๆฟุ้ง แบบนี้ก็ใช้สีน้ำตาล earth tone ของ XF พ่น ทำได้ง่ายกว่าครับ

2. สี pastel ยี่ห้อ Nouvel

สีนี้เป็นแท่งๆ ต้องนำมาฝนกระดาษทราบ หรือถูกับตะแกรงเหล็กครับ จะได้เป็นผงๆ ผมใช้สีแบบเดียวกันคือ แดง เหลือง ดำ


ได้ออกมาเป็นลักษณะ ฝุ่นเป็นเม็ดๆ เกาะที่ตามช่วงล่าง พ่นไล่ดีจะสวยงามมาก ผิวหยาบกว่าสี มีถาวรครับ ดูเป็นฝุ่นหยาบเกือบๆเป็นโคลนมากกว่า

3. สี MIG

ปิดท้ายด้วยตำนานแห่งสีฝุ่น คอรถถังทุกคนต้องรู้จัก คือสีฝุ่น MIG ครับ เขามีสีให้เลือกเยอะมาก น้ำยาต่างๆทำมาเฉพาะ สำหรับแต่ละเทคนิค และวิธีการใช้หลายแบบ ทั้งจุ่มๆ ปัดๆ เขี่ยสีหลายโทนไปมาก ให้ค่อยๆ ผสมกัน ยกเว้นอย่างเดียวคือนำมาพ่น ซึ่งผมก็ไม่สนใจครับ จะพ่นซะอย่าง อิอิ


ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจครับ สีหยาบน้อยกว่าสี pastel เ่ล็กน้อย แต่การกระจายของสี และผิวสัมผัสดูใกล้เคียงกับฝุ่นโคลนมากกว่า

บทสรุป
- สี มีถาวร ผมว่า ok ครับ ถูกด้วย แต่ถ้ามีสีด้าน tamiya อยู่แล้ว พ่นสี XF ด้านอาจใช้ได้ง่ายกว่า
- เรียงลำดับความหยาบของฝุ่น มากไปน้อย pastel Nouvel , MIG และสุดท้าย สีฝุ่นมีถาวร
- สี Nouvel แบบ pastel กับ สี MIG น่าจะ ok ในการนำมาพ่นมากกว่า โดยอาจใช้แบบใดแบบหนึ่งหรือนำสีสองสูตรมาผสมกัน (เพื่อประหยัดสี MIG อิอิ) และผสม 2-3 โทนสีเข้าด้วยกัน ให้ฝุ่นดูมีมิติมาขึ้น
- หลังจากพ่นแล้ว ผมลองเอามือถูๆสีที่พ่นดู พบว่าการผสม matt clear ช่วยให้ฝุ่นยึดติด ดีใช้ได้ แต่ในระดับตั้งโชว์นะครับ ถ้ามีกับจับบ่อยๆก็หลุดได้เช่นกัน เพราะฝุ่นมีความหนาเป็นเม็ดๆ ถ้าถูแรงๆหรือเอาเล็บขูดก็หลุดแน่นอน
- ใช้ได้กับ  airbrush เข็มตั้งแต่ 0.3 ขึ้นไปเท่านั้น และหลังใช้ต้องมีการล้างสีมากกว่าปกติ นอกจากนี้ระหว่างพ่นสีอาจตันเป็นระยะๆ ต้องคอย อุดปลายพ่นลมให้ย้อนเข้ากลวยสี จะหายและพ่นต่อได้

สำหรับเทคนิคการพ่นนี้ จะมีข้อดีกว่าวิธีอื่นๆ ตรงที่ใช้ง่ายกว่าครับ แทบไม่ต้องฝึกในการปัดให้ดูสมจริงเลย เพราะการพ่นแบบไล่น้ำหนัก จะทำให้ตำแหน่งล่างสุด สีหนา และจางลงเรื่อยๆ (เวลาพ่นให้หงายท้องรถถังขึ้น แล้วพ่นเอียงๆ ให้ส่วนล่างสุดอยู่ใกล้ airbrush มากที่สุด) วิธีพ่นก็ พ่นเน้นช่วงล่างทั้งหมด และสายพาน และจะเหมาะมากกับรถถังที่มีบังโคลนด้านข้างเช่นคันนี้


โดยนำสี MIG สี Europe dust พ่นไล่ช่วงครึ่งล่างของ บังโคลน จะเป็นเป็นฝุ่น โคลนที่ฟุ้งกระเด็นขึ้นไปแล้วจางลงเรื่อยๆ ตามความสูง เวลาใช้จริง อาจพ่นสีหลายๆเฉด โดยพ่นสีเหลืองอ่อน ให้ฟุ้งขึ้นไปได้สูงสุด แล้วล่างๆลงมา ให้สีออกน้ำตาลเข้มมาเขึ้นเรื่อยๆ และอาจเติม clear มัน ที่ช่วงล่างๆ ให้เหมือนโคลนที่ยังไม่แห้ง และมีสีเข้ม

ขอบคุณที่ติดตามชมครับ

ปล. รถถังทุกคัน ที่สละบั้นท้ายมาลองสี ได้พลีชีพ ลงถังขยะไปเรียบร้อย หลังจากผมลองนั่นลองนี่จนเยินไปหมด ขอแสดงความอาลัยมา ณ ที่นี้