ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด หุ่นยนต์ gundamtool 
http://www.thaigundam.com/forum/index.php?topic=29079.msg231633#msg231633
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ปัญหาที่พบบ่อย ทำโมเดล
หนังสือประวัติศาสตร์ สงคราม ทหาร สงครามโลก
ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด gundamtool  - รับชมจบแต่ละหน้าแล้วที่มุมขวาล่างสุด คลิก "บทความที่เก่ากว่า" ยังมีบทความเพิ่มอีกนะครับ - ติดต่อพูดคุย ปรึกษา หรือให้คำแนะนำ ผมได้เลยที่ kit556แอ๊ดgmail.com หรือ comment ในแต่ละบทความ หรือ คลิก ติดต่อแวะชม facebook ผมได้ครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ safety แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ safety แสดงบทความทั้งหมด

เลือก pump ลม สำหรับงานโมเดลอย่างไรดี

Q: สวัสดีครับ คุณ Sompong

A: สวัสดีครับ

Q: ไม่ทราบว่าพอมีร้านโมเดล เเละอุปกรณ์เเนะนำมั้ยครับ?

A: ลองเข้า www.msot.com หรือเข้า group model maniac บน facebook มีคนเล่นโมเดล กันเยอะครับ
ร้านเสกลโมเดล ขายพวก เครื่องบิน รถถัง เรือ ก็มีร้านหนึ่งอยู่ สนามเป้า ไป BTS ได้ครับ

Q: ครับ ผมก็ยังไม่เก่งครับ  พอดีอยุ่ต่างจังหวัด

A: งั้นเข้า www.msot.com มีห้องขายของ ลองสั่งผ่าน web ได้ครับ

Q: ขอบคุณมากครับ ผมเคยสั่ง web หนึ่งเช่นกัน

A: ลองดูก่อนว่าชอบแนวไหน บางคนก็ชอบ sci-fi หุ่นยนต์

Q: ผมเครื่องบินครับพี่

A: ผมชอบรถถัง กำลังมองๆเครื่องบินอยู่เช่นกันครับน่าเล่นมาก ถ้าเคยซื้อโมแล้ว น่าจะหัดทำไปแล้วใช่ป่ะครับ ผมไม่ชำนาญโมเครื่องบิน ไว้จะขอคำแนะนำเช่นกัน

Q: โห ไม่หรอกครับ ผมเข้าใจว่ามันคล้ายๆกันนิ เเต่ผมต้องพัฒนาพวกเรื่องการทำสีนะครับ

A: พื้นฐานน่าจะเหมือนกันครับ แต่รถถังจะไปถึงการทำคราบสกปรก สนิม ดินโคลน ส่วนเครื่องบินก็มีการทำสีเนี๊ยบๆ แล้วก็ cockpit เห็นเขาทำกันละเอียดมาก

Q: ตอนนี้ผมกำลังมองหาปั้มลมกับเเอร์บรัชอยู่นะครับ งบสักสามพันไม่ทราบพี่พอมีเเนะนำมั้ยครับ?

A: อันนี้ เป็น review airbrush ตัวที่ผมเคยใช้ครับ เผื่อมีประโยชน์ http://thaimodel-kit.blogspot.com/2012/06/airbrush-3.html

Q: ขอบคุณมากเลยครับ พี่มีขายเปล่าครับ?

A: มีตัวที่ผมใช้เองอยู่แต่เป็นมือสองนะครับ ถ้าสนใจค่อยๆศึกษาดูก็ได้ครับ ถ้าต่างจังหวัดใจผมเชียร์ พวก pump PUMA สายพาน อาจต้องหาตัวแปลงข้อต่อหน่อย ส่วน airbrush ถ้าใช้รุ่นที่คนนิยมกันมากๆ สั่งผ่าน web ก็ได้ครับ

Q: เป็นรุ่นไหนครับพี่?

A: PUMA สายพาน PP-1P หาได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ทนสุดๆ ผมไม่เคยใช้นะครับ แต่มันเป็น pump อุตสาหกรรม ใช้กันแพร่หลายมาก

Q: พี่ครับปั้มตัวนี้ใช้ได้มั้ยครับ?



A: แบบในภาพเป็น pump diaphragm แนะนำให้หาแบบที่มีถังพักด้วยครับ

Q: เพราะอะไรหรือครับ?

A: pump แบบนี้ติดถังพักภายหลังไม่ได้ และถังพักมีสำคัญเพราะช่วยเก็บลมไว้ pump ไม่ต้องทำงานตลอด ยืดอายุการทำงานของ motor และลดปัญหาเรื่องไอน้ำครับ

ตัวแบบในภาพผมเคยใช้ สั่นมาก ต้องหาผ้าหนาๆมารอง ใช้สัก 1 ชั่วโมงจะร้อนจัด ไอน้ำก็จะตามมาเยอะมาก ถึงแม้ติดกรองไอน้ำลากสายยาวๆ จะช่วยลดไอน้ำได้ แต่สุดท้ายถ้าฝืนใช้ทั้งๆที่เครื่องร้อน ปัญหาอื่นๆก็จะทะยอยตามมา สุดท้ายผมฝืนใช้จนเครื่องน๊อคต้องแบกไปซ่อม ผมไม่ค่อยประทับใจครับ แต่ถ้าหาได้ราคาถูกๆ จะลองมือก่อนก็ได้

Q: พี่เเล้ว puma ที่พี่บอกนี้ราคาประมาณเท่าไหร่ครับ

A: ผมไปถามร้านก่อสร้างเมื่อปลายปีก่อน รุ่น PP-1P นี้เป็นแบบสายพาน รุ่นเล็กสุดของเขา แรงและถังพักเหลือเฟือสำหรับงานโมเดลส่วนตัว ติดตรงต้องออกแรงหาตัวแปลง อาจต้องศึกษา ขนาด 1/4 1/8 หุน อะไรพวกนี้ ถ้ามี pump แล้ว ไว้ผมแนะนำร้านขายท่อทองเหลือง แปลงหัวให้ครับ บางร้านเขารับสั่งไปรษณีย์ด้วย

สำหรับราคา น่าจะราวๆ เกือบ 4000 ครับ ลองเช็คราคาผ่าน web ได้เลย ชื่อรุ่นค้น google ขายกันเยอะมาก ถ้าใน กทม มีส่งถึงบ้านเลยยังมี ต่างจังหวัดก็หาไม่ยากครับ

Q: ผมว่าก็ยังเเพงไปนะครับพี่ เเล้วมีรุ่นไหนที่ราคาราวๆสามพันเเล้วพี่มองว่าโอเคมั้ยครับ?

A: ตัวที่ผมบอก ต่อราคาดีๆอาจได้ราว 3600-3700 ครับ ผมว่าเทียบกับคุณภาพแล้วไม่แพงเลย ความที่เป็น pump อุตสาหกรรม ทำให้ใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งเติมลมยาง เป่าลมทำความสะอาด

ถ้าเล็กกว่านี้ผมเห็นมีพวก starter set ถูกมากไล่ตั้งแต่ พันกว่าๆจนถึง 3พันปลายๆ แต่ผมไม่เคยใช้ครับ เกือบทั้งหมดเป็นระบบ diahragm ซึ่งรับงานหนักไม่ค่อยไหว สนใจจริงๆอาจลองศึกษาดูแต่ผมไม่มีข้อมูลครับ

Q: ครับพี่

A: ถ้าตั้งงบถึง 3000 แล้ว กัดฟันไปให้ถึง 4000 ตัวที่ผมบอก คุ้มแน่นอนครับ ใจผมว่าไปใช้รุ่นเล็กๆของจีนแดง เหมือนของเล่นเลย ไม่ค่อยทนเท่าไหร่ ใช้ไปสักปีสองปีมักจะทะยอยพัง ลองหาข้อมูลจากคนที่ซื้อพวก starter set จีนแดงใช้ดูก็ได้

Q: ครับพี่ ตัวข้อต่อนี้เราต้องหาเองหรือครับ? เท่าที่ฟังๆผมเข้าใจว่าเราต้องสั่งทำขึ้นมา

A: ไม่ต้องครับ มีขายแน่นอน เพราะผมเคยซื้อที่ร้าน คร่าวๆคือฝั่งของ pump PUMA จะมีขนาด 1/4 หุนซึ่งใหญ่กว่าของ ฝั่ง airbrush ซึ่งจะมีขนาด 1/8 หุน ถ้ามี pump อยู่ในมือแล้วจะเข้าใจง่ายครับ เราสามารถไปบอกร้านได้เลยว่าแปลงจากเท่าไหร่ไปเท่าไหร่ และสองฝั่งจะเอาเป็นตัวผู้ตัวเมีย เขามีหมดครับ


A: เเล้วใช้ตัวนี้ต้องมีพวกตัวกรองอะไรมั้ยครับ?

Q: ต้องติดตัวกรองเพิ่มอีกสักราวๆ 500 บาทครับตัวกรอง จะมีรูทางเข้ากับออก เป็นแบบตัวเมีย ขนาด 1/4 หุน



A: ถ้าไม่ติดจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ?

Q: ตัวของ PUMA มีถังพัก ไอน้ำจะน้อยอยู่แล้วครับ อาจอาศัยลากสายลมยาวๆก่อนไปเข้า airbrush ผมก็ไม่เคยลอง แต่ถ้าหน้าฝนคงต้องติดครับ ไม่งั้นพ่นๆไปจะมีไอน้ำออกมาด้วย

Q: อ่อครับพี่ ชักเริ่มเครียดเเล้วนะครับเนี่ย คือจริงๆผมนะตั้งใจจะเล่นเเค่เครื่องบินนะครับ  คืออยากได้อันที่มันพ่นลายพรางได้ก็พอ (อันนี้ต้องไปดูที่เเอร์บรัชใช่มั้ยครับ?) เเต่ตอนนี้ยิ่งคุยยิ่งยาวครับ 55 ขนาดเเค่ปั๊มลมก็ปวดหัวละครับ 555

A: pump ลมเป็นเรื่องยุ่งที่สุดแล้วครับ ผ่าน pump ลมไปก็ไม่มีอะไรละ airbrush นี่ก็คุณภาพตามราคาเลย มีตั้งแต่ 600 บาท ไปจนถึงหลายพัน

ส่วนมากคนเล่นใหม่ๆก็จะใช้แบบ diaphragm ตามในรูป ซึ่งก็ไม่ได้แย่อะไรครับ ถ้าหาได้ราคาไม่แพงก็คิดว่าเป็น starter set ใช้แล้วดีก็ใช้ยาวๆ ถ้าเกิดเสียก็อย่าไปคิดมาก เพราะมันเป็นเครื่องจักร ต้องมีเสียมีซ่อมกันบ้างครับ

Q: เเอร์บรัชถ้าจะพ่นลายพราง  ต้องเป็นระบบ Double-Action  ใช่มั้ยครับ?

A: ใช่ครับ เพราะจะควบคุมความเล็กใหญ่ของเส้นที่เราพ่นออกมาได้ ช่วยให้พ่นลายพรางได้ขอบละมุนไล่น้ำหนัก แต่ single action ก็ไม่ใช่ทำลายพรางไม่ได้นะครับ อาศัย masking tape แต่ขอบลายพรางจะได้ออกมาแบบขอบคม เป็นสองสีตัดกัน

Q: เเล้วปั้มลมมีส่วนมั้ยครับ?

A: ปั๊มลมไม่มีส่วนทางตรง แต่ pump ตัวเล็กจะร้อนไวครับ อีกอย่างก็เรื่องถังพัก คือปกติ การพ่นรีดไล่น้ำหนัก จะใช้ลมอ่อน (ปรับที่ตัว regulator ปรับแรงดันลม) แต่ต้องพ่นนาน ถ้า pump มีถังพัก motor จะอัดลมเข้าไปเต็มถังด้วยแรงดันของ motor จนเต็มถังจึงหยุด  พอเรามารีดพ่นก็เหมือนเราปล่อยลมทีละนิดออกจากลูกโป่ง (ถังพัก) เนื่องจากรีดพ่นเราใช้ลมอ่อน กว่าลมจะหมดถังก็มีเวลาให้ motor พักครับ

กลับกันกับ pump ไม่มีถังพัก เมื่อใดที่เรากดไกพ่นสี มอเตอร์จะทำงานตลอดเวลา แม้จะใช้ลมอ่อน มอเตอร์จะอัดลมตามแรงเครื่องสูงสุดของมันตลอด (แรงดันส่วนเกินจะถูกปล่อยทิ้งไปเปล่า เพื่อปรับลดแรงดันให้เหลือแค่พอดีที่เราตั้งไว้สำหรับการพ่นรีด) ทำให้มอเตอร์ไม่ได้พัก ถ้าพวก pump ระบบ diaphragm มักจะทนไม่ไหวครับ

การพ่นรีด ส่วนมากต้องใช้เวลาด้วย ที่ผมเคยเจอบางทีผ่านไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ คนพ่นยังอยากพ่นอยู่ แต่ pump ตัวเล็กมักร้อนจนแทบน็อค

Q: ครับพี่ ตอนนี้ผมคงมองเเบบ diaphragm อีกอย่างไม่อยากรบกวนเงินเเม่เยอะครับ  ถ้ายังไงค่อยขยับขยาย พี่ว่าดีมั้ยครับ?

A: ok เลยครับ จะว่าไปตอนผมเริ่มเล่นก็ใช้รุ่นที่คุณ ส่งภาพมาอันนั้นแหละครับ

Q: ผมสงสัยว่าแบบ diaphragm กับ compressor ต่างกันอย่างไร

A:


1. แบบ diahragm หรือกระบังลม จะมีหลักการเหมือน pump ลมตู้ปลาเลยครับ จะมีมอเตอร์ตัวหนึ่งดันแผ่นยางกระบังลม ให้ออกไปทางท่อลม



2. แบบถัดมาคือ compressor ซึ่งก็คือ compressor ตู้เย็นครับ ที่เขาใช้แบบนี้กันเพราะเสียงเงียบมาก เท่าเสียงตู้เย็นเลย ยี่ห้อที่ทำขายเฉพาะชื่อ tru-silent ราคาเกินหมื่น มีคนไทยทำเลียนแบบ ประกอบเองขายอยู่ราว 5-6000 ได้

อันตรายซ่อนเร้นที่มากับงานโมเดล



ในส่วนของความปลอดภัยเกี่ยวกับสี ตัวทำละลาย สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางดังนี้

1. ตั้งแต่ต้นคือเลือกใช้ ตัวทำละลายที่มีพิษน้อยที่สุด
2. ตัวทำละลายจะระเหยเป็นปกติ แต่ถ้านำมาพ่นจะฟุ้งกระจายระเหยอย่างรวดเร็วดังนั้น การทาจะปลอดภัยกว่าการพ่น
3. สุดท้ายถ้าสารระเหยฟุ้งออกมาแล้ว เราสามารถลดผลกระทบโดยการใช้พัดลมดูดอากาศออกจากตัวหรือใส่หน้ากากป้องกัน

(ข้อควรระวัง สารละลายหลายชนิดไม่เพียงระเหยและเข้าร่างการผ่านการสูดดม แต่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส - อันนี้ถ้าซกมกหน่อย ผมเองก็เคย ทำเพลินๆ มือเปื้อนสี ทินเนอร์เละเทะไปหมด บางทีทินเนอร์หกใส่มือจนชุ่มก็ไม่รีบไปล้างออก :-( )

สำหรับชนิดของหน้ากากต่างๆที่อาจหามาใส่ป้องกันละอองสี อ่านได้จากบทความนี้ครับ -->
Mask หน้ากาก กันละอองสี

พูดถึงข้อแรกคือเรื่องตัวทำละลาย เราก็จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าทินเนอร์ที่เราใช้อยู่มีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง

1. สีอคริลิค ตัวทำละลายคือน้ำ หรือ isopropyl alcohol
2. สี น้ำมัน ,enamel ตัวทำละลายคือ turpentine ,linseed oil ,mineral spirit
3. สีแลคเกอร์ ตัวทำละลายคือ toluene ,xylene ,methyl ethyl ketone (butanone),butyl acetate ,tricholoethane

(นอกจากสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายแล้วผู้ผลิตอาจใส่สารทำหน้าที่ลดแรงตึงผิว หรือตัวหน่วงการระเหยลงไปด้วย แต่เป็นสัดส่วนที่น้อย)

พอรู้ว่าสารทินเนอร์สำหรับสีแต่ละชนิดมีส่วนประกอบอะไรบ้างก็มาดูว่า สารในนั้นมีพิษอย่างไร



โดยสรุปนะครับ
1. ตัวทำละลายของสีสูตรอคริลิคคือ Ethyl alcohol มีฤทธิ์เป็นสารเสพติด และดูดซืมผ่านผิวหนังได้ ส่วน Isopropyl alcohol(แอลกอฮอลล้างแผล ) ก็สามารถระคายเคือง และมีพิษโดยเฉพาะถ้าได้รับผ่านการกิน
2. ตัวทำละลายของสีน้ำมันเช่น turpentine มีความเป็นพิษสูงมาก ทั้งผ่านการสูดดม และสามารถทำให้ไตวายได้ถ้ากินเข้าไป ,อาจเป็นสารก่อมะเร็ง ส่วน mineral spirit เป็นพิษน้อยกว่า แต่ก็สามารถทำให้ระคายเคือง
3. สารที่เป็นส่วนประกอบในทินเนอร์สูตรแลคเกอร์ เช่น toluene ,xylene ,methyl ethyl ketone (butanone) เกือบทุกตัวก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เป็นสารเสพติด และอาจเป็นสารก่อมะเร็ง บางตัวมีพิษกับตับ ไต และบางตัวทำให้เด็กในครรภ์พิการหรือแท้งได้

แนวทางความปลอดภัยสำหรับสีแต่ละสูตร - แค่ตามความเห็นผมนะครับ

1. สำหรับสีอคริลิค ตอนทาผมไม่ได้ระวังอะไรเลย เพราะผสมแค่น้ำ ส่วนตอนพ่นซึ่งผสม alcohol ผมพ่นหน้า spray booth ถ้าไม่มีลมตีย้อนกลับมาจากนอกบ้าน ก็ต้องนับว่ากลิ่นน้อยมากๆครับ แทบไม่ได้กลิ่นเลย แต่ยอมรับว่าไม่ได้ใส่หน้ากากซึ่งผมว่าใส่แล้วน่ารำคาญมาก

2. ส่วนสีน้ำมันนี่จริงๆแล้ว ตัวทำละลายมันอันตรายน่าจะที่สุดนะครับ ทั้ง turpentine หรือ mineral spirit (white spirit) ส่วน OMS หรือ odorless mineral spirit เขาว่ากลิ่นอ่อนกว่า (ไม่แน่ใจว่าพิษจะน้อยกว่าหรือเปล่า) พวกนี้ระคายเคืองทางเดินหายใจ และมีพิษได้ถ้าสูดดมไปมากๆ ดังนั้นถ้านำมาทา ก็ควรทำในที่อากาศถ่ายเท มีพัดลมดูดอากาศออกจากตัวก็ดี และถ้าไม่จำเป็นสีพวกนี้ไม่ควรนำมาพ่น เพราะมีสีสูตรอื่นที่ปลอดภัยกว่าสำหรับพ่นอยู่แล้ว สาเหตุก็คือการพ่นจะทำให้สารระเหยฟุ้งกระจาย มีโอกาสสูดดมเข้าไปมากกว่าทาซึ่งก็เพียงระเหยจากหลุมสีขึ้นมา

3. สีแลคเกอร์ซึ่งนิยมใช้กันมากเป็นอันดับต้นๆ ก็มีคัวทำละลายหลากหลาย ยี่ห้อที่ผลิตมาจากบริษัทโมเดลมักไม่ระบุส่วนผสม (ไม่รู้ผ่าน มอก. มาได้อย่างไร)

ผมก็คิดเอาเองว่าพวก AAA ทินเนอร์ก่อสร้าง (acrylic lacquer) น่าจะอันตรายที่สุด บางยี่ห้อผมเคยใช้เหม็นมาก ส่วนทินเนอร์แมงมุมของบริษัท Dupont เหม็นน้อยลงมา ออกจะหอมๆด้วย แต่ก็น่าจะอันตรายเช่นกัน สรุปคือถ้าเลือกได้ก็เลือกยี่ห้อที่ผลิตมากับงานโมเดล น่าจะรับประกันได้ระดับหนึ่งว่าเขาไม่ใช้สารที่อันตรายมากๆเป็นส่วนประกอบ ถ้านำมาทาก็แนะนำให้ทำในที่อากาศถ่ายเท มีพัดลมดูดอากาศออกจากตัว ส่วนถ้านำมาพ่นก็ต้องมี spray booth และใส่หน้ากากด้วย อย่างน้อยก็ตอนอัดเครียร์ หรือพ่นแบบ over spray ซึ่งสีจะฟุ้งสุดๆ



คำแนะนำอื่นๆเท่าที่ผมนึกออก
- นอกจากตัวตัวทำละลายสีที่มีพิษแล้ว กาวเชื่อมแผ่นอคริลิค(Dicholormethane) ,กาว cement ทั้งแบบใสและแบบข้น และ filler putty - putty ครีม (มักมีสารกลุ่มเดียวกับตัวทำละลายสีสูตรแลคเกอร์) ก็มีพิษเวลาใช้งานก็ควรหลีกเลี่ยงการสูดดมเช่นกัน
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือก่อให้เกิดประกายไฟใกล้บริเวณที่พ่นสี เพราะตัวทำละลายส่วนมากติดไฟ
- เก็บสารละลายต่างในที่มิดชิดโดยเฉพาะถ้ามีเด็กเล็กเล็ก เลี่ยงการเก็บสารละลายในขวดบรรจุน้ำเปล่าที่ดื่มหมดแล้ว
- สารละลายบางชนิดสามารถกระเด็นเข้าตา โดยเฉพาะกาว super glue (cyanoacrylate) ถ้าเป็นไปได้ควรใส่แว่นตาขณะทำ หรือหาแว่นนิรภัยมาใส่

ทั้งหมดนี้รวบรวมมาจากหนังสือเป็นหลัก และเรียบเรียงผ่านมุมมองของคนเล่นโม คิดว่าเรื่องอันตรายนี่ไม่สามารถใช้ประสบการณ์สั่งสมเรียนรู้ได้ อย่างตัวผมเองก็ไม่อยากทดลองดมสารทีละตัวจนป่วยแล้วค่อยเข้าใจว่ามันมีพิษอย่างไร ดังนั้นจึงพยายามค้นหาดูว่าอะไรบ้างที่อันตราย แค่ไหน และป้องกันอย่างไร

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่อยากให้กลัวจนเล่นโมไม่สนุก เพราะความกลัวน่าจะเกิดจากความไม่รู้ ทีนี้พอเรารู้แล้วว่าอันตรายอยู่ตรงไหน ป้องกันอย่างไร น่าจะเล่นโมได้สนุกขึ้นโดยไม่ต้องพะวงเริ่องสุขภาพ ทั้งของตัวเราเองและคนรอบข้าง เรียกว่าที่เหลือก็ลุยทำโมได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกลัวเกินเหตุ ถ้าเราป้องกันดีแล้ว ... อันนี้ไม่นับอันตรายซ่อนเร้นที่มากับโมเดลอย่างสุดท้าย คือ เล่นไปนานๆทรัพย์จะจางได้ อิอิ

-----------
ติดตามอ่านบทความเรื่องสี อื่นๆได้ที่ blog ผมครับ ->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/search/label/paint