ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด หุ่นยนต์ gundamtool 
http://www.thaigundam.com/forum/index.php?topic=29079.msg231633#msg231633
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ประกอบ ทำสี gundam
ปัญหาที่พบบ่อย ทำโมเดล
หนังสือประวัติศาสตร์ สงคราม ทหาร สงครามโลก
ทำสีโมเดลกันดั้ม แอร์บรัช โมเดล ทำสีโมเดล หนังสงคราม หนังทหาร โมเดล model gundam กันพลา อุปกรณ์ สอน ขาย จำหน่าย วิธี ทำ ประกอบ กันดั้ม เครื่องบิน เรือ รถถัง ฟิกเกอร์ ประกอบ ทำสี ต่อ สร้าง พลาสติก gunpla ตัดเส้น ต่อดิบ คีมตัด gundamtool  - รับชมจบแต่ละหน้าแล้วที่มุมขวาล่างสุด คลิก "บทความที่เก่ากว่า" ยังมีบทความเพิ่มอีกนะครับ - ติดต่อพูดคุย ปรึกษา หรือให้คำแนะนำ ผมได้เลยที่ kit556แอ๊ดgmail.com หรือ comment ในแต่ละบทความ หรือ คลิก ติดต่อแวะชม facebook ผมได้ครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ airbrush แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ airbrush แสดงบทความทั้งหมด

สอน ประกอบ ทำสีโมเดล สไตล์ทามิย่า

บทความนี้แปลมาจาก web tamiya US นะครับ

http://www.tamiya.com/english/scale/beginner2/1.htm

สนใจดูได้ที่ web ต้นทางเลยครับ ผมเห็นว่าอ่านง่ายดี ตอนผมเริ่มเล่นโมเดลแรกๆหลายปีก่อน ก็ได้พื้นฐานมาจากบทความสั้นๆนี้แหละครับ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนเริ่มเล่นโมเดล




ขั้นแรกเริ่มที่การประกอบครับ โดยใช้คีมตัดพลาสติก (โดยเฉพาะ ถ้าเป็นคีมตัดลวดธรรมดาจะตัดไม่เรียบ และในทางกลับกัน คีมตัดพลาสติกนี่ตัดลวดไม่ได้นะครับจะบิ่นเลย) ส่วนที่ตัดเล็บก็พอไหว แต่ถ้ามีคีมตัดจะได้งานที่ดีกว่าเยอะครับ


โดยศึกษาจากใบประกอบก่อนลงมือ อย่าพยายามตัดชิ้นส่วนออกมามากๆในครั้งเดียว เพราะจะทำให้สับสนเบอร์ของแต่ละชิ้น โดยมากใบประกอบจะเรียงลำดับชิ้นส่วนที่ต้องต่อก่อนหลัง ให้ตัดตามขั้นตอนจะดีที่สุด และระวังชิ้นส่วนที่มีซ้ำกันสองข้างซ้ายขวา ถ้าตัดออกมาพร้อมๆกันจะสับสนได้


ตัดโดยใช้ด้านเรียบของคีม แนบกับชิ้นงาน แต่ถ้าให้ดีให้เว้นติ่งไว้ไม่ต้องแนบสนิท เพราะถ้าตัดแนบทีเดียวอาจทำมีส่วนที่พลาสติกฉีกปริได้


ใช้ art knife เล็มส่วนที่เหลือออก ติ่งเล็กๆนอกจากไม่สวยแล้ว ยังอาจทำให้การประกอบชิ้นส่วนไม่สนิท




กาว Tamiya มีหลักๆคือฝาขาว และแบบฝาเขียว ชนิดฝาเขียวเป็นแบบกาวละลายพลาสติก เหมาะกับชิ้นฝานขนาดเล็ก ส่วนแบบฝาขาวเป็นน้ำยาละลายพลาสติกเช่นกัน แต่จะมีเนื้อเรซิ่นผสมทำให้ข้นและแห้งช้า แต่ติดชิ้นงานใหญ่ๆได้ดีกว่า เวลาทากาวให้ใช้ปริมาณน้อย และจับชิ้นงานประกบกันไว้สักครู่


เริ่มต้นก็จิ้มกาวด้วยแปรงที่ติดมากับขวด ปาดน้ำกาวส่วนเกินออก


ป้ายกาวลงเล็กน้อย ถ้ามากเกินกาวจะล้นออกมาเวลาประกบชิ้นงาน


ใช้มือจับประกบชิ้นงานไว้สักพักจนกาวเริ่มแห้ง กาวฝาเขียวซึ่งเป็นสูตร thin จะแห้งเร็วมากชิ้นงานจะประสานกันสนิทใน 2-3 ชั่วโมง สามารถนำมาตัดแต่งขัดส่วนเกินด้วยกระดาษทรายต่อได้ ส่วนกาวฝาขาว จะต้องรอทิ้งไว้อย่างน้อย 12 ชั่วโมงจึงแห้งสนิท



ชิ้นส่วนที่เล็กมาก ถ้ามีคีมปากแหลมช่วยในการประกอบจะสะดวกขึ้นมาก

 







สเปรย์กระป๋องเหมาะมากกับการพ่นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ อย่างตัวถังรถยนต์ ถ้าให้ดีควรพ่นในวันที่มีแสงแดดจัด ความชื้นมีผลต่อคุณภาพสีในการพ่น อย่างเช่นเกิดฝ้าได้


ก่อนพ่นให้เขย่ากระป๋อง บางท่านแนะนำให้แช่สเปรย์ในน้ำอุ่นก่อนพ่นจะช่วยให้สีออกดีขึ้น และคุณภาพหัวฉีดสีกระป๋องแต่ละยี่ห้อจะไม่เท่ากัน ของ Tamiya ถ้าใช้สีหมดแล้วสามารถเก็บไว้นำไปต่อกับของยี่ห้อไทย จะให้ลองอองสีที่ละเอียดกว่า เวลาพ่นให้ระยะห่างประมาณ 30 cm. และพ่นแค่บางๆ


 พ่นแต่ละชั้นบางๆ และรอเวลาให้สีแห้งสำหรับแต่ละชั้น ประมาณ 3-4 นาที และพ่นชั้นถัดไปจนกว่าสีจะเต็ม ลองชม VDO การพ่นได้จากครับ




รายละเอียดเล็กๆ สามารถใช้สีผสมตัวทำละลาย ทาพู่กันเก็บรายละเอียดในภายหลังได้


ในกรณีที่มีการทาหรือพ่นสีักันต่างชนิดทับกัน สีที่พ่นทับ (OverCoat) บางชนิดอาจไปละลายสีชั้นก่อนหน้า (BaseCoat) สามารถดูจากตางข้างบนนี้ได้เลย

การพ่นทาทับสีชนิดเดียวกันทับกันจะไม่มีปัญหาไม่ว่าสีชนิดใดๆ แต่ถ้าเป็นการทาพู่กันทับกัน จะมีแค่สี acrylic สูตรน้ำเท่านั้นที่พอแห้งแล้วจะไม่ละลายสีชั้นล่างออกมา

- Lacquer Paint เช่นสีกระป๋องต่างเกือบทุกยี่ห้อ เช่น Tamiya หรือ สีกระป๋อง Layland TOA KOBE ของไทย และสี mr.color ของ Gunze

- สี Enamel หรือกลุ่มน้ำมันอย่างเช่น สี Enamel ขวดเหลี่ยมของ Tamiya หรือสีน้ำมัน Oil color หลอดตามร้านเครื่องเขียน

- สี  Acrylic เช่นสี acrylic ขวดกลม ของ Tamiya หรือสี acrylic หลอดร้านเครื่องเขียน สีของเมืองนอกที่เป็นสี acrylic เฉพาะสำหรับทำโมเดลเช่น Andrea ,Vallejo หรือ Citadel

- Paint Marker เช่นพวกปากกาตัดเส้น นิจิ , gundam marker ,realtouch ในปากกาพวกนี้เป็นสีสูตรน้ำ

ศึกษาสีสูตรต่างๆสำหรับงานโมเดลเพิ่มได้จากบทความนี้ครับ --> สีสำหรับงานโมเดล










ดีคอลหรือสติ๊กเกอร์น้ำ ต่างจากสติ๊กเกอร์ทั่วๆไปเพราะไม่มีกาว แต่ต้องแช่น้ำให้แผ่นฟิมล์ลออกมาและนำไปแปะบนผิวโมเดล ก่อนติดควรพ่นโมเดลที่ทำสีแล้วด้วย เคลียร์มัน (gloss) จะทำให้ติดได้สวยที่สุด

ใช้ปลายมี artknife ที่แหลมๆ ตัดดีคอลที่ต้องการออกมา ค่อยเล็มให้เหลือส่วนใสตามขอบน้อยที่สุด


จุ่มดีคอลชิ้นที่ตัดออกมาลงในน้ำ ทิ้งไว้สักพัก แต่อย่านานเกินเพราะแผ่นฟิมล์จะลอกหลุดแยกออกจากกระดาษรอง


แนบแผ่นดีคอลเข้ากับผิวโมตำแหน่งที่ต้องการ ใช้ cutton bud ชุ่มน้ำจัดตำแหน่งให้เข้าที่ เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว ใช้ cutton bud แห้งซับน้ำออก รอ 24 ชั่วโมงก่อนพ่น เคลียร์ทับอีกที


เลือก pump ลม สำหรับงานโมเดลอย่างไรดี

Q: สวัสดีครับ คุณ Sompong

A: สวัสดีครับ

Q: ไม่ทราบว่าพอมีร้านโมเดล เเละอุปกรณ์เเนะนำมั้ยครับ?

A: ลองเข้า www.msot.com หรือเข้า group model maniac บน facebook มีคนเล่นโมเดล กันเยอะครับ
ร้านเสกลโมเดล ขายพวก เครื่องบิน รถถัง เรือ ก็มีร้านหนึ่งอยู่ สนามเป้า ไป BTS ได้ครับ

Q: ครับ ผมก็ยังไม่เก่งครับ  พอดีอยุ่ต่างจังหวัด

A: งั้นเข้า www.msot.com มีห้องขายของ ลองสั่งผ่าน web ได้ครับ

Q: ขอบคุณมากครับ ผมเคยสั่ง web หนึ่งเช่นกัน

A: ลองดูก่อนว่าชอบแนวไหน บางคนก็ชอบ sci-fi หุ่นยนต์

Q: ผมเครื่องบินครับพี่

A: ผมชอบรถถัง กำลังมองๆเครื่องบินอยู่เช่นกันครับน่าเล่นมาก ถ้าเคยซื้อโมแล้ว น่าจะหัดทำไปแล้วใช่ป่ะครับ ผมไม่ชำนาญโมเครื่องบิน ไว้จะขอคำแนะนำเช่นกัน

Q: โห ไม่หรอกครับ ผมเข้าใจว่ามันคล้ายๆกันนิ เเต่ผมต้องพัฒนาพวกเรื่องการทำสีนะครับ

A: พื้นฐานน่าจะเหมือนกันครับ แต่รถถังจะไปถึงการทำคราบสกปรก สนิม ดินโคลน ส่วนเครื่องบินก็มีการทำสีเนี๊ยบๆ แล้วก็ cockpit เห็นเขาทำกันละเอียดมาก

Q: ตอนนี้ผมกำลังมองหาปั้มลมกับเเอร์บรัชอยู่นะครับ งบสักสามพันไม่ทราบพี่พอมีเเนะนำมั้ยครับ?

A: อันนี้ เป็น review airbrush ตัวที่ผมเคยใช้ครับ เผื่อมีประโยชน์ http://thaimodel-kit.blogspot.com/2012/06/airbrush-3.html

Q: ขอบคุณมากเลยครับ พี่มีขายเปล่าครับ?

A: มีตัวที่ผมใช้เองอยู่แต่เป็นมือสองนะครับ ถ้าสนใจค่อยๆศึกษาดูก็ได้ครับ ถ้าต่างจังหวัดใจผมเชียร์ พวก pump PUMA สายพาน อาจต้องหาตัวแปลงข้อต่อหน่อย ส่วน airbrush ถ้าใช้รุ่นที่คนนิยมกันมากๆ สั่งผ่าน web ก็ได้ครับ

Q: เป็นรุ่นไหนครับพี่?

A: PUMA สายพาน PP-1P หาได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ทนสุดๆ ผมไม่เคยใช้นะครับ แต่มันเป็น pump อุตสาหกรรม ใช้กันแพร่หลายมาก

Q: พี่ครับปั้มตัวนี้ใช้ได้มั้ยครับ?



A: แบบในภาพเป็น pump diaphragm แนะนำให้หาแบบที่มีถังพักด้วยครับ

Q: เพราะอะไรหรือครับ?

A: pump แบบนี้ติดถังพักภายหลังไม่ได้ และถังพักมีสำคัญเพราะช่วยเก็บลมไว้ pump ไม่ต้องทำงานตลอด ยืดอายุการทำงานของ motor และลดปัญหาเรื่องไอน้ำครับ

ตัวแบบในภาพผมเคยใช้ สั่นมาก ต้องหาผ้าหนาๆมารอง ใช้สัก 1 ชั่วโมงจะร้อนจัด ไอน้ำก็จะตามมาเยอะมาก ถึงแม้ติดกรองไอน้ำลากสายยาวๆ จะช่วยลดไอน้ำได้ แต่สุดท้ายถ้าฝืนใช้ทั้งๆที่เครื่องร้อน ปัญหาอื่นๆก็จะทะยอยตามมา สุดท้ายผมฝืนใช้จนเครื่องน๊อคต้องแบกไปซ่อม ผมไม่ค่อยประทับใจครับ แต่ถ้าหาได้ราคาถูกๆ จะลองมือก่อนก็ได้

Q: พี่เเล้ว puma ที่พี่บอกนี้ราคาประมาณเท่าไหร่ครับ

A: ผมไปถามร้านก่อสร้างเมื่อปลายปีก่อน รุ่น PP-1P นี้เป็นแบบสายพาน รุ่นเล็กสุดของเขา แรงและถังพักเหลือเฟือสำหรับงานโมเดลส่วนตัว ติดตรงต้องออกแรงหาตัวแปลง อาจต้องศึกษา ขนาด 1/4 1/8 หุน อะไรพวกนี้ ถ้ามี pump แล้ว ไว้ผมแนะนำร้านขายท่อทองเหลือง แปลงหัวให้ครับ บางร้านเขารับสั่งไปรษณีย์ด้วย

สำหรับราคา น่าจะราวๆ เกือบ 4000 ครับ ลองเช็คราคาผ่าน web ได้เลย ชื่อรุ่นค้น google ขายกันเยอะมาก ถ้าใน กทม มีส่งถึงบ้านเลยยังมี ต่างจังหวัดก็หาไม่ยากครับ

Q: ผมว่าก็ยังเเพงไปนะครับพี่ เเล้วมีรุ่นไหนที่ราคาราวๆสามพันเเล้วพี่มองว่าโอเคมั้ยครับ?

A: ตัวที่ผมบอก ต่อราคาดีๆอาจได้ราว 3600-3700 ครับ ผมว่าเทียบกับคุณภาพแล้วไม่แพงเลย ความที่เป็น pump อุตสาหกรรม ทำให้ใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งเติมลมยาง เป่าลมทำความสะอาด

ถ้าเล็กกว่านี้ผมเห็นมีพวก starter set ถูกมากไล่ตั้งแต่ พันกว่าๆจนถึง 3พันปลายๆ แต่ผมไม่เคยใช้ครับ เกือบทั้งหมดเป็นระบบ diahragm ซึ่งรับงานหนักไม่ค่อยไหว สนใจจริงๆอาจลองศึกษาดูแต่ผมไม่มีข้อมูลครับ

Q: ครับพี่

A: ถ้าตั้งงบถึง 3000 แล้ว กัดฟันไปให้ถึง 4000 ตัวที่ผมบอก คุ้มแน่นอนครับ ใจผมว่าไปใช้รุ่นเล็กๆของจีนแดง เหมือนของเล่นเลย ไม่ค่อยทนเท่าไหร่ ใช้ไปสักปีสองปีมักจะทะยอยพัง ลองหาข้อมูลจากคนที่ซื้อพวก starter set จีนแดงใช้ดูก็ได้

Q: ครับพี่ ตัวข้อต่อนี้เราต้องหาเองหรือครับ? เท่าที่ฟังๆผมเข้าใจว่าเราต้องสั่งทำขึ้นมา

A: ไม่ต้องครับ มีขายแน่นอน เพราะผมเคยซื้อที่ร้าน คร่าวๆคือฝั่งของ pump PUMA จะมีขนาด 1/4 หุนซึ่งใหญ่กว่าของ ฝั่ง airbrush ซึ่งจะมีขนาด 1/8 หุน ถ้ามี pump อยู่ในมือแล้วจะเข้าใจง่ายครับ เราสามารถไปบอกร้านได้เลยว่าแปลงจากเท่าไหร่ไปเท่าไหร่ และสองฝั่งจะเอาเป็นตัวผู้ตัวเมีย เขามีหมดครับ


A: เเล้วใช้ตัวนี้ต้องมีพวกตัวกรองอะไรมั้ยครับ?

Q: ต้องติดตัวกรองเพิ่มอีกสักราวๆ 500 บาทครับตัวกรอง จะมีรูทางเข้ากับออก เป็นแบบตัวเมีย ขนาด 1/4 หุน



A: ถ้าไม่ติดจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ?

Q: ตัวของ PUMA มีถังพัก ไอน้ำจะน้อยอยู่แล้วครับ อาจอาศัยลากสายลมยาวๆก่อนไปเข้า airbrush ผมก็ไม่เคยลอง แต่ถ้าหน้าฝนคงต้องติดครับ ไม่งั้นพ่นๆไปจะมีไอน้ำออกมาด้วย

Q: อ่อครับพี่ ชักเริ่มเครียดเเล้วนะครับเนี่ย คือจริงๆผมนะตั้งใจจะเล่นเเค่เครื่องบินนะครับ  คืออยากได้อันที่มันพ่นลายพรางได้ก็พอ (อันนี้ต้องไปดูที่เเอร์บรัชใช่มั้ยครับ?) เเต่ตอนนี้ยิ่งคุยยิ่งยาวครับ 55 ขนาดเเค่ปั๊มลมก็ปวดหัวละครับ 555

A: pump ลมเป็นเรื่องยุ่งที่สุดแล้วครับ ผ่าน pump ลมไปก็ไม่มีอะไรละ airbrush นี่ก็คุณภาพตามราคาเลย มีตั้งแต่ 600 บาท ไปจนถึงหลายพัน

ส่วนมากคนเล่นใหม่ๆก็จะใช้แบบ diaphragm ตามในรูป ซึ่งก็ไม่ได้แย่อะไรครับ ถ้าหาได้ราคาไม่แพงก็คิดว่าเป็น starter set ใช้แล้วดีก็ใช้ยาวๆ ถ้าเกิดเสียก็อย่าไปคิดมาก เพราะมันเป็นเครื่องจักร ต้องมีเสียมีซ่อมกันบ้างครับ

Q: เเอร์บรัชถ้าจะพ่นลายพราง  ต้องเป็นระบบ Double-Action  ใช่มั้ยครับ?

A: ใช่ครับ เพราะจะควบคุมความเล็กใหญ่ของเส้นที่เราพ่นออกมาได้ ช่วยให้พ่นลายพรางได้ขอบละมุนไล่น้ำหนัก แต่ single action ก็ไม่ใช่ทำลายพรางไม่ได้นะครับ อาศัย masking tape แต่ขอบลายพรางจะได้ออกมาแบบขอบคม เป็นสองสีตัดกัน

Q: เเล้วปั้มลมมีส่วนมั้ยครับ?

A: ปั๊มลมไม่มีส่วนทางตรง แต่ pump ตัวเล็กจะร้อนไวครับ อีกอย่างก็เรื่องถังพัก คือปกติ การพ่นรีดไล่น้ำหนัก จะใช้ลมอ่อน (ปรับที่ตัว regulator ปรับแรงดันลม) แต่ต้องพ่นนาน ถ้า pump มีถังพัก motor จะอัดลมเข้าไปเต็มถังด้วยแรงดันของ motor จนเต็มถังจึงหยุด  พอเรามารีดพ่นก็เหมือนเราปล่อยลมทีละนิดออกจากลูกโป่ง (ถังพัก) เนื่องจากรีดพ่นเราใช้ลมอ่อน กว่าลมจะหมดถังก็มีเวลาให้ motor พักครับ

กลับกันกับ pump ไม่มีถังพัก เมื่อใดที่เรากดไกพ่นสี มอเตอร์จะทำงานตลอดเวลา แม้จะใช้ลมอ่อน มอเตอร์จะอัดลมตามแรงเครื่องสูงสุดของมันตลอด (แรงดันส่วนเกินจะถูกปล่อยทิ้งไปเปล่า เพื่อปรับลดแรงดันให้เหลือแค่พอดีที่เราตั้งไว้สำหรับการพ่นรีด) ทำให้มอเตอร์ไม่ได้พัก ถ้าพวก pump ระบบ diaphragm มักจะทนไม่ไหวครับ

การพ่นรีด ส่วนมากต้องใช้เวลาด้วย ที่ผมเคยเจอบางทีผ่านไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ คนพ่นยังอยากพ่นอยู่ แต่ pump ตัวเล็กมักร้อนจนแทบน็อค

Q: ครับพี่ ตอนนี้ผมคงมองเเบบ diaphragm อีกอย่างไม่อยากรบกวนเงินเเม่เยอะครับ  ถ้ายังไงค่อยขยับขยาย พี่ว่าดีมั้ยครับ?

A: ok เลยครับ จะว่าไปตอนผมเริ่มเล่นก็ใช้รุ่นที่คุณ ส่งภาพมาอันนั้นแหละครับ

Q: ผมสงสัยว่าแบบ diaphragm กับ compressor ต่างกันอย่างไร

A:


1. แบบ diahragm หรือกระบังลม จะมีหลักการเหมือน pump ลมตู้ปลาเลยครับ จะมีมอเตอร์ตัวหนึ่งดันแผ่นยางกระบังลม ให้ออกไปทางท่อลม



2. แบบถัดมาคือ compressor ซึ่งก็คือ compressor ตู้เย็นครับ ที่เขาใช้แบบนี้กันเพราะเสียงเงียบมาก เท่าเสียงตู้เย็นเลย ยี่ห้อที่ทำขายเฉพาะชื่อ tru-silent ราคาเกินหมื่น มีคนไทยทำเลียนแบบ ประกอบเองขายอยู่ราว 5-6000 ได้

พ่น airbrush ด้วยสี acrylic หลอด ร้านเครื่องเขียน

ส่วนถ้าพ่น airbrush สีงานโมเดลไม่ต้องพูดถึงเพราะพ่นได้แน่นนอน ของ tamiya ผสม X20A ของเขาเลย ส่วน Vallejo ได้ยินว่าผสมน้ำพ่นได้ด้วย

ก็มาเหลือสี acrylic หลอด หรือแบบขวดกระปุกตามร้านเครื่องเขียน ผมลองมาแล้วครับ








อันนี้เป็นงานที่ ใช้สี acrylic ร้านเครื่องเขียนทั้งหมดครับ ตั้งแต่รองพื้น พ่นเงา พ่นสีหลัก ดูภาพเพิ่มได้ที่ blog ผมขอรับ -->
thaimodel-kit.blogspot.com/search/label/acrylic

สำหรับการละลายสีหลอดมีสองวิธีคือ

1. บีบในถ้วยเปล่าสัก 1/-2 - 1 ข้อนิ้วมือ แล้วผสม 95% alcohol ลงไปที่ละน้อย ใช้ไม้ไอติม หรืออะไรก็ได้ บดสีคนไปเรื่อยๆถ้าไม่ละลายก็เติมเพิ่ม สุดท้ายจะละลายได้ 80% กว่า ก็เทส่วนบนที่เหลว เอามาใช้ ผสม 95% alcohol เพิ่มจนได้ความข้นพอดีกรอก airbrush ส่วนก้นๆจะมีตะกอนเป็นลิ่มเททิ้งไป เวลาเทถ้ามีตะแกรงจะสบายหน่อย

2. บีบสีออกมาแบบเดิม แต่ใช้น้ำยา flow improver หรือพวก retarder สำหรับสี acrylic ที่ผมลองคือ flow improver ของ W&N ตัวนี้จะละลายสีได้ดีกว่า ละลายได้เกือบ 90% หรือให้ละลายสมบูรณ์เลยก็ได้ ถ้าใส่เยอะ แต่ใส่แค่พอดีก็พอ เพราะใส่มากมันเป็น retarder ในตัว สีจะไม่แห้ง พอบดสีจนเหลวพอใจ ก็เติม 95% alcohol เป็นตัวเจือจางเช่นเดิม

95% alcohol - 95% Ethanol ผมซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ครับ เห็นว่าร้านขายหัวน้ำหอม เคมีภัณฑ์ก็มีจำหน่าวย ส่วน alcohol ล้างแผลจะเป็น 70% Isopropyl alcohol ซึ่งใช้ได้แต่ไม่ดีเท่า และจะมีสีฟ้าอ่อนปนลงไปในสีครับ

= ข้อดี

- วิธีใช้สีหลอด acrylic ร้านเครื่องเขียนนี้ผมลองคำนวนคร่าวๆแล้วถูกกว่า สีโมเดลโดยตรง (จะแพงก็น้ำยา flow improver ผมได้มาขวดใหญ่เกือบ 600 บาท แต่ก็ใช้ได้นาน เพราะใช้เป็นหยดๆ ผมว่าละลายสีหลอด ได้ปริมาณพอๆกับสี Tamiya นับโหลได้)
- สะดวกดีถ้าหาร้านเครื่องเขียน งานศิลปะใกล้บ้านได้
- สีหลอด ถ้าพ่นได้สำเร็จ ทาก็สบายๆ สีหลอดเดียวได้ทั้งดมทั้งทา ... เอ๊ย ทั้งพ่นทั้งทา สะดวกดี

= ข้อเสีย
- แต่ก็ต้องแลกมากับความยุ่งยาก
- คุณภาพด้อยกว่าและไม่เกาะแน่นแบบสีงานโมเดล เฉพาะครับ
- มีเฉดสีน้อย ต้องผสมเองมากกว่าสีงานโมเดล

pump ลม ควรมีถังพักหรือไม่?


ปกติแรงดันในการพ่นลมผ่าน airbrush จะใช้ไม่มากครับ อาจแค่ 12-18 PSI ราวๆนี้  ถ้าไม่มีถังพัก pump ก็อาจไม่ต้องมีกำลังมาก แค่ดันลมออกมาให้พอกับ airbrush ใช้ก็พอ แต่แบบนี้ pump จะต้องทำงานตลอดเวลาทุกครั้งที่มีการกดพ่นลมผ่าน airbrush และ pump ประเภทไม่มีถังพักส่วนมาก มักเป็น pump ตัวเล็กอยู่แล้ว ถ้ามีการพ่นๆหยุดๆ ติดกันเกิน 1-2 ชั่วโมง ส่วนมากมันจะร้อนจัดครับ แล้วก็จะตามมาด้วยปัญหาภายใน ยาง diaphragm มันจะเสื่อม ตัวตัดลม (ตัดเวลาไม่มีการพ่นลม) ก็จะเสีย อะไรต่อมิอะไรที่ทนร้อนไม่ได้มันจะทะยอย เสื่อมไปครับ

ไม่นับเรื่องไอน้ำเพราะพออากาศภายในเครื่องมันร้อน พอออกจากเครื่องผ่านสายมาเจออุณหภูมิห้องที่เย็นกว่า มันจะควบแน่นเป็นหยดน้ำอยู่ในสายลม และเนื่องจากไม่มีถังพักดักไอน้ำไว้ ถ้าเยอะพอมันจะออกมากับสีที่เราพ่น

ส่วน pump ที่มีถังพัก มักทำแรงดันได้มากกว่า โดยจะอัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ในถังก่อน จนความดันในถังอาจถึง 60-70 PSI หลังจากนั้นมันจะหยุดทำงาน เวลาเราพ่นลมก็จะใช้จากในถังโดยค่อยๆปล่อยผ่าน airbrush ออกมากใช้แค่ 10 กว่า PSI จนแรงดันในถังพักตกลงถึงจุดหนึ่ง เช่น 30 PSI เครื่องก็จะเริ่มเดินใหม่เป็นรอบๆ แบบนี้เครื่องจะไม่ได้ทำงานอยู่ตลอดเวลาครับ

ดังนั้นถังพักจะมีประโยชน์คือ

1. ช่วยให้ pump ลมไม่ต้องทำงานตลอดเวลา ทำให้เครื่องไม่ร้อนจัด อายุใช้งานก็น่าจะนานขึ้น

2. พอเครื่องไม่ร้อนจัด ไอน้ำที่ควบแน่นเวลาออกจาก pump มาสัมผัสอุณหภูมิห้อง ก็จะน้อยกว่า และอีกอย่าง ถังพักจะที่ๆเกิดการควบแน่นของน้ำ ทำให้น้ำค้างอยู่ในถัง ไม่ออกมาถึงสายลมที่จะไป airbrush

3. ใช้กำลัง pump ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะปริมาตรลมทั้งหมดถูกนำไปเก็บในถังก่อน และทั้งหมดถูกนำมาแบ่งใช้ตอนพ่น airbrush

ทั้งนี้ ย้อนกลับไป pump ที่ไม่มีถังพัก pump พวกนี้จะทำแรงดันได้เกินกว่าที่ airbrush ใช้ เช่น airbrush ใช้แค่ 15 PSI pump อาจต้องทำให้สูงกว่า สัก 30 PSI  แต่เนื่องจากแรงดันส่วนเกินไม่มีที่เก็บไว้ก่อน ดังนั้น ปริมาตรลมส่วนนึงก็จะถูกปล่อยทิ้งออกมาจนกว่าแรงดันจะเหลือ 15 PSI ครับ ต่างจาก pump ที่มีถังพักจะเก็บปริมาตรลมทั้งหมดไว้ในถังก่อนได้

4. ลมที่ปล่อยออกจากถังพัก เวลาจังหวะเริ่มกดพ่นลมจะให้ลมที่ออกมานิ่มนวลกว่าออกจาก pump โดยตรง

เพราะ pump ที่ไม่มีถังพัก มักจะตัดการทำงานไประหว่างหยุดกดพ่นสี และพอกดพ่นใหม่ pump จะอัดลมออกมา ซึ่งแรงดันของ pump ตอนอัดออกมาตอนนี้ มักจะกระชากมากกว่าปกติเล็กน้อยครับ ถ้าเราจ่อ ปลาย airbrush ไว้ที่ชิ้นงานก่อน สีก็จะออกมามากกว่าที่เราตั้งใจไว้ อันนี้ก็ทำให้คนส่วนมากมักกดพ่นสีที่ว่างๆก่อนจะลากปลาย airbrush เข้าไปหาชิ้นงาน

Pigments test ทดสอบผงฝุ่น 3 แบบและทดลองใช้งาน

สวัสดีครับ วันนี้ผมนำการทดสอบสีฝุ่นมาฝาก

เนื่องจากผมเล่นรถถังมานาน หัดแต่ขั้นตอนอื่นมาตลอด ตอนนี้ค่อยๆไล่ลงช่วงล่าง จะมาลองสีฝุ่นแล้วครับ ว่าไปผมก็ลองใช้มานาน แล้วโดยอาศัยดูวิธีจาก VDO แต่ทำตามเขาแล้ว ก็ไม่ค่อย work ครับ อาจเป็นเพราะผมเล่นรถถังเสกลเล็กด้วย การเอาฝุ่นพอกไปตรงๆทำให้ดู overscale

จนกระทั่ง มีพี่่ท่านหนึ่งคือพี่ art ครับ แนะนำสีุฝุ่นยี่ห้อ มีถาวร พี่เขาแนะนำให้นำมาผสมพ่นได้ แล้วก็ประกอบกับมีบางท่านแนะนำให้เอาสีฝุ่นผสมน้ำ่ก่อนค่อยนำมาทา ... ครั้งนี้ผมจะมาทดสอบการพ่นครับ

สีที่นำมาทดสอบมี 3 แบบ คือ สีฝุ่น "มีถาวร" จากร้านก่อสร้าง ,สี pastel แบบแท่ง ยี่ห้อ nouvel และสุดท้าย สี MIG หนูทดลองก็เป็นรถถังเสกลเล็ก แบบสำเร็จรูปจากแผนกของเล่น ผมจำมาหัดทำสี weathering เสียยับเยิน และคราวนี้ก็ชะตาถึงฆาต ผมจะนำมาทดลองสีฝุ่น แบบชนิดเจ๊งแล้วโยนทิ้งเลย ส่วนการพ่นก็จะใช้เทคนิค พ่นเน้นไปที่ช่วงล่างของตัวถังครับ

หน้าตา เหยื่อที่ถูกนำมาทดสอบ -->
http://thaimodel-kit.blogspot.com/2011/07/tiger-i-world-motor-tank-series-172.html


เริ่มกันเลยครับ อ้อ สำหรับทุกการทดสอบนะครับ ผมจะใช้สีฝุ่นผสม 95% alocohol ซึ่งตัวละลายนี้ อาจใช้ X-20A หรือ พวก Enamel flo ,X-20 ก็น่าจะได้ครับ แต่ผมยังไม่ได้ลอง และเนื่องจากสีฝุ่นไม่มีตัวยึดเกาะ เราจะต้องหยด เคลียร์ด้าน (matt clear) ลงไป สัก 1cc. ขึ้นกับปริมาณสีที่เราผสมครับ

1. สีฝุ่น "มีถาวร"

ยี่ห้อนี้มีขายตามร้านก่อสร้าง ผมไปได้มาจาก homepro ครับ เอาแค่ถุงเล็กพอ 20 บาท เยอะมากจนเหลือเฟือ  มีสี ดำ แดง เหลือง ที่น่าจะพอใช้ได้ ส่วนสีขาวเขาไม่มีใจจริงผมก็อยากได้เหมือนกัน


สีพวกนี้มันหกแล้วเลอะเทอะมากครับ ใครลองก็แนะนำให้ทำนอกบ้านไปเลย วิธีผสมก็อย่างที่บอกครับ ผมเอาสีแดงนำไปก่อน ตามด้วยเท 95% alcohol ตามลงไป พอควร แล้วเติมสีเหลือง จะได้เป็นสีส้มๆ พอเติมดำลงไปนิดๆจะได้สีน้ำตาล ก็ผสมจนพอใจ แล้วก็เติม matt clear ผมใช้สูตร acylics จากร้านเครื่องเขียน ส่วนใครมี ของ gunze ก็น่าจะใช้ได้ครับ อาจต้องเปลี่ยนตัวละลายเป็น mr. thinner ไปด้วย


ออกมา จากสีเขียวรถถังเดิม มีสีน้ำตาลแดงเป็นฝุ่นเกาะที่ด้านหลัง ช่วงล่างครับ ผมพบว่าฝุ่นมันไม่ค่อยหยาบเท่าไหร่ อาจจะด้านกว่าผิวสีด้านปกติเล็กน้อย แต่ไม่ค่อยต่างกันให้พอใจเท่าไหร่ ผมคิดว่าถ้าอยากได้ฝุ่นบางๆฟุ้ง แบบนี้ก็ใช้สีน้ำตาล earth tone ของ XF พ่น ทำได้ง่ายกว่าครับ

2. สี pastel ยี่ห้อ Nouvel

สีนี้เป็นแท่งๆ ต้องนำมาฝนกระดาษทราบ หรือถูกับตะแกรงเหล็กครับ จะได้เป็นผงๆ ผมใช้สีแบบเดียวกันคือ แดง เหลือง ดำ


ได้ออกมาเป็นลักษณะ ฝุ่นเป็นเม็ดๆ เกาะที่ตามช่วงล่าง พ่นไล่ดีจะสวยงามมาก ผิวหยาบกว่าสี มีถาวรครับ ดูเป็นฝุ่นหยาบเกือบๆเป็นโคลนมากกว่า

3. สี MIG

ปิดท้ายด้วยตำนานแห่งสีฝุ่น คอรถถังทุกคนต้องรู้จัก คือสีฝุ่น MIG ครับ เขามีสีให้เลือกเยอะมาก น้ำยาต่างๆทำมาเฉพาะ สำหรับแต่ละเทคนิค และวิธีการใช้หลายแบบ ทั้งจุ่มๆ ปัดๆ เขี่ยสีหลายโทนไปมาก ให้ค่อยๆ ผสมกัน ยกเว้นอย่างเดียวคือนำมาพ่น ซึ่งผมก็ไม่สนใจครับ จะพ่นซะอย่าง อิอิ


ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจครับ สีหยาบน้อยกว่าสี pastel เ่ล็กน้อย แต่การกระจายของสี และผิวสัมผัสดูใกล้เคียงกับฝุ่นโคลนมากกว่า

บทสรุป
- สี มีถาวร ผมว่า ok ครับ ถูกด้วย แต่ถ้ามีสีด้าน tamiya อยู่แล้ว พ่นสี XF ด้านอาจใช้ได้ง่ายกว่า
- เรียงลำดับความหยาบของฝุ่น มากไปน้อย pastel Nouvel , MIG และสุดท้าย สีฝุ่นมีถาวร
- สี Nouvel แบบ pastel กับ สี MIG น่าจะ ok ในการนำมาพ่นมากกว่า โดยอาจใช้แบบใดแบบหนึ่งหรือนำสีสองสูตรมาผสมกัน (เพื่อประหยัดสี MIG อิอิ) และผสม 2-3 โทนสีเข้าด้วยกัน ให้ฝุ่นดูมีมิติมาขึ้น
- หลังจากพ่นแล้ว ผมลองเอามือถูๆสีที่พ่นดู พบว่าการผสม matt clear ช่วยให้ฝุ่นยึดติด ดีใช้ได้ แต่ในระดับตั้งโชว์นะครับ ถ้ามีกับจับบ่อยๆก็หลุดได้เช่นกัน เพราะฝุ่นมีความหนาเป็นเม็ดๆ ถ้าถูแรงๆหรือเอาเล็บขูดก็หลุดแน่นอน
- ใช้ได้กับ  airbrush เข็มตั้งแต่ 0.3 ขึ้นไปเท่านั้น และหลังใช้ต้องมีการล้างสีมากกว่าปกติ นอกจากนี้ระหว่างพ่นสีอาจตันเป็นระยะๆ ต้องคอย อุดปลายพ่นลมให้ย้อนเข้ากลวยสี จะหายและพ่นต่อได้

สำหรับเทคนิคการพ่นนี้ จะมีข้อดีกว่าวิธีอื่นๆ ตรงที่ใช้ง่ายกว่าครับ แทบไม่ต้องฝึกในการปัดให้ดูสมจริงเลย เพราะการพ่นแบบไล่น้ำหนัก จะทำให้ตำแหน่งล่างสุด สีหนา และจางลงเรื่อยๆ (เวลาพ่นให้หงายท้องรถถังขึ้น แล้วพ่นเอียงๆ ให้ส่วนล่างสุดอยู่ใกล้ airbrush มากที่สุด) วิธีพ่นก็ พ่นเน้นช่วงล่างทั้งหมด และสายพาน และจะเหมาะมากกับรถถังที่มีบังโคลนด้านข้างเช่นคันนี้


โดยนำสี MIG สี Europe dust พ่นไล่ช่วงครึ่งล่างของ บังโคลน จะเป็นเป็นฝุ่น โคลนที่ฟุ้งกระเด็นขึ้นไปแล้วจางลงเรื่อยๆ ตามความสูง เวลาใช้จริง อาจพ่นสีหลายๆเฉด โดยพ่นสีเหลืองอ่อน ให้ฟุ้งขึ้นไปได้สูงสุด แล้วล่างๆลงมา ให้สีออกน้ำตาลเข้มมาเขึ้นเรื่อยๆ และอาจเติม clear มัน ที่ช่วงล่างๆ ให้เหมือนโคลนที่ยังไม่แห้ง และมีสีเข้ม

ขอบคุณที่ติดตามชมครับ

ปล. รถถังทุกคัน ที่สละบั้นท้ายมาลองสี ได้พลีชีพ ลงถังขยะไปเรียบร้อย หลังจากผมลองนั่นลองนี่จนเยินไปหมด ขอแสดงความอาลัยมา ณ ที่นี้

ตัวปรับแรงดันลม regulator สำหรับปั๊มลมงานโมเดล

airbrush ส่วนมากจะใช้แรงดันลมราวๆ 1-1.5  bar หรือ 15 - 20 PSI ในการใช้งานปกติ
(อันนี้แถม web เอาไว้แปลงแรงดันได้ --> http://www.centauro-owners.com/articles/psibar.html)

ซึ่งตัวปรับแรงดันมีหน้าที่ลดแรงดันจากถังซึ่งอาจสูงถึง 100 PSI ให้ลงมาครับ ส่วนที่ทำหน้าที่ปรับแรงดันลมก็มีเช่น


1. regulator เป็นตัวที่นักทำโมใช้กันส่วนมากจะมีตัวกรองไอน้ำ (ตัวถูกๆของผม เหมือนมันจะกรองได้แต่ขี้ฝุ่น) ติดมาด้วย

ซึ่งการปรับแรงดันตรงนี้จะำทำได้ค่อนข้างหยาบ คือปรับตั้งตัวเลขได้คร่าวๆ เวลามีการรีดพ่นสีซึ่งต้องลดแรงดันลงทีละน้อยจะทำได้ยาก ดังนั้น airbrush รุ่นบางรุ่นจึงมีการเพิ่มกลไกดังนี้ครับ

2. MAC valve




ตัวหมุนตรงที่เห็นใต้กรวยสี เป็นตัวปรับแรงดันชนิดหนึ่งครับ อันนี้คนขายเคยบอกกับผมว่ามันไม่ใช่ตัวปรับแรงดันแต่เป็นตัวปรับปริมาณลมต่อหน่วยเวลา ซึ่งผมก็งงๆ สรุปว่ามันทำหน้าที่คล้ายตัวปรับแรงดันลมมาก แต่ปรับได้ละเอียดกว่าครับ คือเวลารีดพ่น ถ้ามีการสลับพ่นคลุมบ้าง รีดพ่นบ้าง นอกจากการถอยไกพ่นสีให้มากน้อยแล้ว แรงดันลมก็มีผลอย่างมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัว MAC valve นี้ก็ต้องใช้ร่วมกับ regulator นะครับ

นอกจาก MAC valve จะมีแบบติดมากับตัว airbrush แล้วยังมีแบบติดตั้งเสริมทีหลังด้วย (ผมเองก็เสียค่าโง่ รู้งี้ซื้อตัวติดเสริมของจีนถูกๆมาติดทีหลังดีกว่า) ติดแล้วจะเป็นแบบนี้

3. ส่วนสุดท้าย ซึ่งจริงไม่น่าจะเรียกว่าตัวปรับแรงดันก็คือ valve เปิดปิดของ pump ลม

 อันนี้จะอยู่ต้นทางสุด โดยปกติก็จะบิดเปิดสุดเลย แต่ถ้าจะหมุนหรี่ๆ ให้ลมออกมาแค่พอดีทำงานพ่นสีได้ อันนี้ก็อาจเป็นไปได้นะครับ ผมไม่เคยลอง เข้าใจว่าที่คนขายเขาแนะนำ เขาคงคิดว่าเอา pump ไปทำงานประเภทเติมยางรถ หรือต่อกาพ่นสีตัวใหญ่ๆ ซึ่งปรับแรงดันหยาบๆก็ได้ ปัญหาของการมาปรับแรงดันตรงตัวเปิดปิดนี้ก็คือ สมมุติว่าเราบิดเอาไว้พอดีๆแล้ว พอเราปิด pump ก็ต้องหมุนปิดสนิท พอพ่นใหม่ก็ต้องมากะอีก แต่ถ้าเรามี regulator ซึ่งตั้งเอาไว้แน่นอนเลยเช่นสัก 15 PSI ทุกครั้งพอเราเปิดเครื่องเราจะได้แรงดันแน่นอน

อันนี้สรุปแบบสมมุตินะครับ

แรงดันจากถัง 100 PSI --> ผ่าน valve เปิดปิด ซึ่งพอเปิดก็ปล่อย 100 PSI --> ผ่านมาที่ regulator ลดแรงดันเหลือ 18 PSI ----> ผ่านมาที่ MAC valve ที่ตัว airbrush หมุนปรับได้ตามความรู้สึกขณะพ่นสี ซึ่งเพิ่งลดได้สัก 12-18 PSI แล้วแต่ประเภทงานพ่น

การควบคุมแรงดันแบบละเอียดที่ปลายทางนี้จะมีผลเวลาเราพ่นรีดเส้นเล็กๆครับ

อันนี้เป็นบทความเรื่อง แรงดัน การผสมสี airbrush ลองอ่านคร่าวๆเป็นไอเดียได้ครับ แต่เวลาทำจริงก็ไม่ได้ยุ่งยากขนาดทฤษฎีต้องเป๊ะๆ พอชำนาญก็ เทสี เททินเนอร์ แกว่งๆกะๆ หมุนๆ บางคนพ่นโมออกมาอย่างสวย อาศัยแค่ประสบการณ์ก็มี   ส่วนผมรู้ตัวเลขเยอะ พอทำจริงเน่า อิอิ
--> http://thaimodel-kit.blogspot.com/search/label/airbrush